::Start ::
รักสุดใจ ....นายตัวร้าย

ตอนที่ : 4


“เอาละ! ถึงข้อ 11 ซักที....กับคนอายุน้อยกว่า?” อืม....เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาเสื้อเข้ารูปแบบพอดีตัว ไม่ใหญ่จนหลวมโครก หรือเล็กรัดติ๊วจนเกินไปกำลังนั่งเกาหัวแกรกๆอย่างใช้ความคิด วันนี้เพราะดันดอดใส่เสื้อนักศึกษาแบบมีสาบรอบตัวสไตล์แฟชั่นจ๋าอลังการดาวล้านดวงตัวนี้นั่นแหละที่ทำให้สุดท้ายช่วงบ่ายก็ต้องแอบโดดร่มมานั่งซุ่มอยู่ในห้องสมุดคนเดียวแบบนี้ ....ใครจะไปรู้กันว่าจู่ๆก็จะตรวจเครื่องแบบเก็บคะแนน นี่มันเด็กมหาลัยนะเฟ้ยไม่ใช่ประถม แหม!จะให้ครบถ้วนกระบวนความทำไมอาจารย์ไม่ตรวจเล็บมือเล็บเท้า แล้วก็ให้ยืนยิงฟันวัดคราบหินปูนกันซะเลยล่ะ....ก็อยากจะถามอย่างนี้อยู่หรอกนะ แต่ด้วยความที่ไม่อยากโดนตีตราแปะตัวDไว้ที่กลางหน้าภาคตั้งแต่เทอมแรก ดังนั้นสู้ไม่สร้างเรื่องให้อาจารย์เหม็นหน้าซะยังจะดีกว่า


“ต้องดูแลดีๆ เราเป็นพี่ต้องดูแลน้อง +++ ไปข้อ 13 +++ ….ทำทุกอย่างทุกวิถีทางให้เขาเชื่อฟังเรา +++ ไปข้อ 14 +++” แอบแว่บไปคิดเรื่องอื่นได้วูบหนึ่งก็ต้องกลับมาจดจ่อกับตัวเลือกหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อไป “โห....คำตอบ” คนนั่งทำแบบสอบถามพ่นลมหายใจออกมาแบบผิดหวัง มีอย่างที่ไหนมาให้เลือกว่าจะดูแลน้อง หรือว่า ทำให้น้องเชื่อฟัง จะบ้าเรอะ! เป็นใครมันก็ต้องทำให้อีกฝ่ายอยู่ในโอวาทอยู่แล้วดิ คนคิดคำถามบ้องตื่นรึเปล่าเนี่ย?....รามิลส่ายหน้า


“เหลืออีกกี่ข้อฟะ?” เอ่ยถามตัวเองก่อนเลื่อนเมาท์ลงไปเพื่อเช็คจำนวนตัวอักษรที่กำลังจะเข้ามาบั่นทอนพื้นที่ในสมองของตน ....ทำไมมันยาวนักเนี่ย แบบสอบถามของยัยเพ่ยเพ่ย ....นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่างอยู่ แล้วก็ไม่มีอะไรทำนะ จ้างให้ก็ไม่เอาเวลามานั่งทำอะไรไร้สาระแบบนี้หรอก ....เอาๆๆ เสียเวลา....อ่านต่อๆ


ข้อ 14 ....ฉลากที่ชอบ?....อะไรคือฉลาก?....อ่าว....ฉาก....อ่านผิดอีกตู....เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ตอนนี้ความเป็นโลกส่วนตัวกำลังสูงถึงสูงมาก เจ้าตัวยังคงนั่งถามนั่งตอบกับตัวเองไม่เลิก ไม่อ่านออกเสียงก็แอบกระซิบตอบในใจ ....ผิดมั้ย? ก็เป็นคนไม่ชอบความเงียบ ดังนั้นใครจะหาว่าบ้าก็ช่าง  มั่นใจหนิว่าหล่อ ใครจะทำไม? (จริงๆประโยคหลังเนี่ย คือมันไม่เกี่ยวเลย มิลเอ๊ย! : Dittri )


“ฉากที่ชอบๆๆๆ....ร่างใหญ่ไม่ยอมให้คนในอ้อมกอดหนีไปไหนได้ง่ายๆ เขาทั้งเบียดกาย กอดแน่นหนาและซุกไซ้ใบหน้ากับร่างนุ่มๆอย่างเอาแต่ใจ....อ๊ะโห!” ส่งเสียงอุทานด้วยคำติดปากอย่างได้อารมณ์ ....นี่มันจะอิโรติคไปไหนไม่ทราบ ไม่ไหวๆ....คิดพลางนั่งส่ายหัวไปมาคนเดียว โชคดีที่ตอนนี้นักศึกษาคนอื่นเริ่มเข้าเรียนภาควิชาบ่ายไปกันหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่บางตา มีแต่พวกเดินแบกหนังสือหนังหาไปมาทั้งนั้น ไม่อย่างงั้นป่านนี้ตรงโต๊ะคอมฯบริเวณที่หนุ่มน้อยรามิลนั่งอยู่คงจะกลายเป็นจุดสนใจของใครต่อใครไปเลยทีเดียว ....ข้อนี้พักไว้ก่อน แล้วคำตอบอีกข้อล่ะ?


“รถยนต์คันใหญ่หยุดกึก ร่างใหญ่ค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตเบาๆที่แก้ม มือที่อบอุ่นยกขึ้นลูบเส้นผมเบาๆ ....อืม....อืม....” รู้สึกเครียดยิ่งกว่าตอนฝนกระดาษข้อสอบซะอีก ข้อนี้เหมือนจะเป็นข้อสุดท้ายแล้ว ดังนั้นคงต้องเลือกให้ดีหน่อย ไม่อย่างงั้นเกิดชีวิตดันไปตกในตำแหน่งอันไม่พึงประสงค์เข้า คงได้โดนยัยเพ่ยเพ่ยกับคณะลูกขุนผู้สนับสนุนนิยายวายหยิบเอาคำเฉลยใน ‘ฟันเทสต์’นี้ไปล้อแน่


“ฉากไหนดีวะ? ....โอย....ยาก.....ยิ่งคิดยิ่งง่วง ไม่น่าซัดมื้อกลางวันมาะซะเยอะเลยเรา” พูดจบ สมองก็สั่งการให้เป็นไปเหมือนมนต์สะกดในทันที มิลยืดแขนขึ้นบิดขี้เกียจไปมา หนังท้องตึง หนังตาหย่อน ถูกเผงเลยครับ เสียดายที่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยมันไม่ได้ใช้ง่ายเหมือนตอนเรียน ม.ปลาย ไม่อย่างงั้นนะ ป่านนี้เค้าคงได้นอนฝันไปไกลถึงถนนชองเอลิเซ่โน่นแล้วแหละ


รีบเลือก รีบเลิกดีกว่า ขืนอยู่กับที่ไปนานกว่านี้มีหวังฟุบคาโต๊ะแน่ ว่าแล้วก็....จิ้น....จิ้น....จิ้นไปไกล ฉากไหนดีหน๋อ? เกิดมาก็ไม่เคยเป็นเกย์แต่ดันต้องมานั่งทำแบบสอบถามของพวกนิยมวายซะได้....คิดๆๆ....จินตนาการ....โอย....ขอใช้ผู้หญิงน่ารักๆอย่างพอลล่า หรือ แพนเค้กเป็น ‘ร่างนุ่มๆ ร่างบางๆ’ที่ว่านั่นแทนก่อนได้มั้ย? แต่อ๊ะ!แพนเค้กก็ใช้ไม่ได้อีก สูงกว่าเรา แบบนั้นไม่เหมาะๆ....อ่ะ....สมมุติว่าเป็นพอลล่า....ก็จิ้น....จิ้นต่อไป


“สรุปว่าเลือกฉาก....” คิดทบทวนอีกนิดก่อนเอ่ยปาก “ฉากแรกละกัน มันดูแมนดี” และนั่นแหละคือเหตุผลพ่วงท้ายของคำตอบทั้งหมด ....จบแล้วๆ....อีกไม่กี่วินาทีก็จะได้ข้อเฉลยแล้ว....เด็กหนุ่มนั่งยิ้มเผล่ ภาระกิจกอบกู้โลกสำเร็จลงเสียที การยกภูเขาออกจากอกมันได้ฟิลล์ดีอย่างนี้นี่เอง เฮ้อ!....โล่ง


ไม่นานเพียงชั่วอึดใจ เมื่อกรอกข้อมูลภายใน ‘ฟันเทสต์’ครบทุกข้อ โปรแกรมที่ถูกตั้งเอาไว้ก็เปิดเผยให้เห็นถึงบทสรุปบนหน้าจอคอมฯ


“ฮั่นแน่! ไงล่ะ” เจ้าตัวดีดนิ้วดังเป๊าะ!  ผลสรุปน่าพอใจอยู่ไม่หยอก แบบนี้ก็ถือว่ายืดได้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายละนะ มิลฉีกยิ้มก่อนดีดตัวลุกจากเก้าอี้อารมณ์ดี นาทีนี้ยังไม่รู้จะไปเตร่ต่อที่ไหน เอาเป็นว่าออกจากห้องสมุดแล้วเดินไปเล่นแถวๆคณะของเจ้าไทป์ดีกว่า ดีซะอีกเผื่อไอ้หมอนั่นชั่วโมงเรียนว่างชนกัน จะได้ลากมาทำ ‘ฟันเทสต์’ นี่ให้รู้แล้วรู้รอด....หึหึหึ....ทีนี้จะได้รูล่ะนะ ว่าไผ๋เป็นไผ๋....หุหุหุ


 เดินลอยละลิ่วปลิวละล่องไปเรื่อยตามประสาพวกว่างงาน ในที่สุดสองขาก็มาหยุดอยู่หน้าคณะศิลปศาสตร์จนได้ จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาแถวนี้หรอกนะ แต่คงจะเพราะความเคยชินก็เลยไม่มีที่อื่นให้ไป


“อ๊ะ! น้องมิล” จู่ๆเสียงเรียกก็ดังแว่วมาแต่ไกล เสียงนี้ขอทบทวนก่อนนะว่าใคร อืม....สงสัยจะเป็นพี่เอิงล่ะมั้ง


“ใช่จริงๆด้วย” มิลบอกกับตัวเองทันทีที่หันไปเจอคนตามคาด รุ่นพี่สาวสวยในชุดนักศึกษาเข้ารูปแบบพอเหมาะที่เน้นอวดจำเพาะส่วนเว้าและส่วนโค้งของร่างผู้สวมใส่ ....พี่เอิงนี่สวยจริงๆ ....เด็กหนุ่มรุ่นน้องคิดพลางส่งยิ้มและพยักหน้าเป็นเชิงทักทายก่อนจะถูกกวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหาที่ม้านั่งของกลุ่ม  มิลเดินตามไป


“ไม่มีเรียนเหรอครับ?” เอ่ยถามก่อนตามมารยาท จากนั้นก็ถูกเชื้อเชิญให้นั่งร่วมโต๊ะ พวกสาวๆทั้ง 4 คนที่นั่งรวมกันเป็นรุ่นพี่ต่างคณะของเค้า แต่ถึงอย่างนั้นมิลเอาก็สามารถเข้าถึงและสนิทสนมกับทุกคนได้อย่างง่ายดาย ....ด้วยหน้าตา คำพูดคำจา รอยยิ้ม และคาถาปั้นหน้าแบ๊วๆมัดใจพวกสาวๆรุ่นพี่ที่ติดตัวเค้ามาแต่เล็กนี่แหละ ได้ผลชะงักที่สุดแล้ว


“พวกพี่มีเรียนแค่ภาคเช้าน่ะ วันนี้ตอนบ่ายว่างทั้งวันแต่ยังไม่อยากกลับกัน ก็เลยจับกลุ่มนั่งเม้าท์” พี่เอิงคนที่มิลคุ้นเคยที่สุดเป็นคนตอบ จากนั้นก็เข้าสู่บทสนทนาเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะตามประสาพวกสาวๆเค้าคุยกัน รุ่นพี่อีก 3 คนมิลจำชื่อไม่ค่อยได้แต่ก็พอกล่อมแกล้มคลับคล้ายคลับคลาว่าอยู่ในกลุ่มเด็กกิจกรรมนี่แหละ....อ๊ะ!พูดถึงกิจกรรม กิจกรรมก็โยงไปถึงดาว-เดือนคณะ....พอโยงไปถึงดาว-เดือนคณะก็....


“แล้วนี่พวกพี่ๆซ้อมประกวดเดือนมหาลัยไปถึงไหนแล้วอ่ะครับ มิลไม่เห็นไอ้ไทป์มันจะกลับไปซ้อมอะไรเลย วันๆก็เห็นมันเอาแต่นั่งดูหนังดูละครดูข่าวบ้าบอไปเรื่อย” พูดเหมือนไปนั่งคู่อยู่บนโซฟากับเค้าทุกวันอย่างงั้นแหละ


“อ๋อ! ความลับจ่ะ ความลับ บอกได้ที่ไหน น้องมิลเป็นเด็กมนุษย์ฯ เดี๋ยวใครเค้าจะหาว่าพวกพี่เอาเรื่องในคณะมาปล่อยให้สปายรู้ แบบนั้นอีนังโก้มันได้ด่าพวกพี่ตาย”พี่แพทที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในกลุ่มเสริม ....มิลหันไปทักทายสาวเปรี้ยวอีกคนที่เค้าคุ้นเคยดี ก่อนจะส่งสายตาอ้อนวอน


“โหยพี่แพทครับ มิลนะแทบจะเป็นเด็กคณะพี่อยู่แล้ว ยังจะมาปิดอะไรกันอีกล่ะ กิจกรรมคณะตัวเองแทบไม่เคยเข้า วิ่งแร่มานั่งดูพวกพี่ซ้อมกันตั้งแต่ตอนคัดเลือกดาว-เดือน ใครคนอื่นเค้าไม่รู้ก็หาว่ามิลเป็นเด็กเศรษศาสตร์กันหมดแล้ว” เด็กหนุ่มออกอาการแก้ตัวอย่างน่ารักน่าชัง ทำเอาพวกรุ่นพี่สาวๆพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับความน่ารักใคร่ของรุ่นน้องคนนี้


“เออใช่! ยังจำได้อยู่เลย วันที่เค้าเลือกดาว-เดือน น้องมิลยังโดนจับออกมาเพราะคิดว่าเป็นเด็กคณะเราเลย” พี่เอิงทบทวนความคิดก่อนที่จะเริ่มร่ายยาวเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นให้พวกรุ่นพี่คนอื่นๆฟังเป็นการฆ่าเวลา


นั่นสินะ ....จำได้แม่น!


วันนั้นหลังจากที่ฝ่าด่านอรหันต์พันมือของรุ่นพี่คณะตัวเองออกมาได้ สุดท้ายเมื่อการปฏิเสธชนิดว่าหัวชนฝาของมิลสำเร็จลง ทั้งเค้าและเพ่ยเพ่ยก็ได้รับการเป็นอิสระให้หลุดพ้นจากตำแหน่งดาว-เดือนของคณะ ทีแรกพวกพี่ๆก็ไม่ยอมกันหรอก แต่อย่างว่า ที่นี่มันมหาวิทยาลัยเอกชนแถมยังภาคอินเตอร์อีก ดังนั้นไอ้พวกรุ่นพี่ว๊ากเกอร์จอมบ้าพลังเอาแต่ร้องว๊ากๆๆใส่รุ่นน้องชนิดที่ว่าต้องกลัวตัวหง๋อจึงไม่ค่อยมีให้เห็นนัก บวกกับตอนที่เริ่มเข้าเรียนใหม่ๆ มิลเกิดอาการลมพิษแพ้ผงละอองเคมีบางอย่างจนผื่นขึ้นแดงเถือกไปทั้งตัว สุดท้ายการใช้ปัญหาสุขภาพและความไม่สะดวกทางครอบครัวมาอ้าง ในที่สุดตำแหน่งเดือนของคณะมนุษย์ศาสตร์จึงหลุดลอยไปชนิดที่ว่าเจ้าตัวไม่ใส่ใจจะเอื้อมคว้า


ถ้าเป็นเดือน มีหวังวุ่นตายชัก กิจกรรมพอรับปากมาไม่ทำก็ไม่ได้ อยู่แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว จะไปนั่งเฝ้าใครก็ไม่เป็นไร ออกจะมีเวลาถมเถ ....คิดแล้วก็ชวนเพ่ยเพ่ยไปนั่งจุ้มปุ๊กรวมอยู่ในกลุ่มนักศึกษาใหม่ของคณะเศรษศาสตร์ ที่นี่มีเพื่อนของเพ่ยเพ่ยที่เรียนตอนม.ปลายสมัครเข้ามาเรียนอยู่เยอะ จริงๆก็เพื่อนของเค้าด้วยนั่นแหละ แต่เพราะเรียนคนลงห้องมิลก็เลยไม่สนิทมากนัก


เข้าไปนั่งกลมกลืนจนเกือบจะเนียน รุ่นพี่ที่แอ๊บทำโชว์ความแมนไว้เริ่มเดินสอดส่องสายตา จริงๆคณะนี้นี่ดูๆแล้วคนหน้าตาดีเยอะนะ ยิ่งพวกผู้ชายแบบว่าหล่อระดับดาราเลยก็มีตั้งหลายคน แต่รู้สึกว่ามันชอบกลๆ เพราะรุ่นพี่คนที่มิลว่าหน้าตาดี แต่ละคนทำไมถึงเอาแต่เลือกคนเป็นเดือนล่ะ? ทำไมไม่ค่อยสนใจเรียกสาวๆที่เหมาะจะเป็นดาวออกมายืนบ้างเลย....คิดพลางนั่งมองตาแป๋ว อยากจะเอ่ยถามแต่รอบตัวไม่มีใครสนใจ ซ้ายยัยเพ่ยเพ่ยก็เอาแต่นั่งคิดพอล์ตเรื่อง ส่วนทางขวาไอ้บ้าไทป์ก็นั่งสนใจแต่รุ่นพี่ผู้หญิง ดู๊ดู...ดูสายตามันสิ แกไม่จำเป็นต้องโปรยปรายเสน่ห์รายทางแบบนั้นกับรุ่นพี่ทุกคนที่หันมาสบตาก็ได้


มิลรู้สึกไม่สบอารมณ์เลยเอาแต่นั่งหน้าง้ำ สองหูอุดเอาไว้ด้วยเฮดโฟนคู่ขนาดเล็กที่ไม่โดดเด่นพอให้โดนสังเกตเห็น


“น้องสองคนนั้นน่ะ ลุกออกมาหน่อยครับ” มิลยังไม่เอะใจอะไร แต่มารู้อีกทีก็ตอนที่เจ้าไทป์เอาศอกสะกิดจากด้านข้างนั่นแหละ ถึงได้เข้าใจว่าสองคนที่ว่าก็คือพวกเค้า ....ซวยแล้วไงแก....เพ่ยเพ่ยแหงนขึ้นมามองคนลุกขึ้นยืนพลางส่งสายตา


“เออ! น้องสองคนนี้แม่งโดนว่ะ ออกมาๆ” เสียงสนับสนุนของรุ่นพี่ผู้ชายอีกคนเสริมทัพขึ้นมาแทน ทีนี้ทุกสายตาต่างก็พากันจับจ้องมาที่พวกเค้า ตอนนี้มิลกำลังคิดอยู่ในใจว่าจะบอกพวกรุ่นพี่ยังไงดีว่าตัวเองเป็นแค่ตัวมั่วที่แอบย่องเข้ามานั่งผิดคณะ ....เพิ่งย้ายมาเข้าเรียนที่ใหม่ ธรรมเนียมของที่นี่เค้าเป็นยังก็ไม่รู้ แอบหวั่นๆอยู่เหมือนกันก็ก็คิดในใจว่าช่างมัน....ก็เอาตามแบบที่เป็นตัวเค้านั่นแหละวะ ดีที่สุด!


เหมือนหนีเสือปะจระเข้ สุดท้ายทั้งเค้าและเจ้าไทป์ต่างก็โดนเรียกตัวออกมายืนโชว์ มีการให้แนะนำตัวแล้วก็ถามที่มาที่ไปของแต่ละคนพอสังเขป จากนั้นเมื่อรู้จักชื่อแซ่กันแล้วก็ถึงทีเท้าความประวัติความเป็นมาบ้าง


“อุ้ย! นี่เด็กโรงเรียนเดียวกันทั้งคู่เลยเหรอ? โรงเรียนนี้เค้าทำอะไรให้กินกันเนี่ย ถึงได้หน้าตาดีกันนัก?” เสียงออกอาการตื่นเต้นจนเผลอเก็บความสาวเอาไว้ไม่อยู่ รุ่นพี่ที่มีรูปร่างและส่วนสูงแมนสมแมนแต่แสนจะกิริยาตุ้งติ้งเดินกระแซะเข้ามาใกล้


“พี่ชื่อพี่โก้นะครับ พี่โก้หรือพี่โกโก้ จะเรียกพี่โก้ที่รักก็ได้ แล้วแต่ ตามแต่หัวใจน้องปรารถนา”ราวกับมีการรัวกลองให้จังหวะในช่วงกีฬาสี พวกปีหนึ่งในคณะส่งเสียงหัวเราะเฮฮากันอย่างพร้อมเพียงให้เป็นกำลังใจ ....เอาแล้วไง ฟอร์มหลุดแล้วไงรุ่นพี่คนนี้  ....มิลได้แต่หัวเราะแห่ะแห่ะแก้เขินกับเสียงโห่ร้องของพวกเพื่อนๆและบรรดารุ่นพี่คนอื่นๆ ....เหลือบไปมองที่นายไทป์ ให้ตายเหอะ!หมอนั่น มันเองก็แอบปิดปากหัวเราะ


“ว่าแต่” พี่โก้เน้นเสียงพร้อมจ้องมาที่เค้า มิลสบตา....โอ้แม่เจ้า....สายตาพี่โก้ร้อนแรงมาก


“ชื่อเล่นครับชื่อเล่น เริ่มจากน้องหน้าใสคนนี้ ....อุ้ย! ผิวดีนะเนี่ย ดูสิขนาดหน้ามีผื่นแดงๆยังดูน่ารักเลยแก” ประโยคหลังนี่หันไปพูดกับเพื่อนสาวที่ยืนสมทบอยู่อีกด้าน ซึ่งภายหลังก็มาสืบทราบได้ว่านั่นคือพี่แพทและพี่เอิงนั่นเอง


“ง่า....” มิลอึกอักออกเสียงงึมงัมในลำคอ ผิวดี ....กับผีน่ะสิ! เค้าเพิ่งจะได้รับอนุญาตจากหมอให้เลิกทาคาลามายด์ได้เมื่อวานนี้เอง แค่ดูก็รู้ว่าไอ้เด็กนี่มันมนุษย์ผื่นชัดๆ ....ว่าแล้วก้มมองตัวเอง รอยแดงที่แขนเริ่มแดงจัดขึ้นกว่าเก่าซะอีก เมื่อกี๊พี่โก้ลูบมาตรงนี้นี่นา....หรือว่า....สงสัยเค้าจะแพ้พี่โก้


“ว่าไงครับ ชื่ออะไรจ๊ะเรา? รามิล...ชื่อเล่นนี่คงไม่ใช่มิกกี้ มินนี่ อะไรแบบนั้นใช่มั้ย?” ....กึง....เหมือนจะถึงจุดสิ้นสุดของความกลัว แบบนี้เองที่เค้าบอกว่าถ้าต้อนหมาอย่าให้ติดกำแพง เดี๋ยวมันจะแว้งกลับมากัด ....สุภาษิตคิดเอาเอง อันนี้ไม่มีหลักการณ์อะไร แต่ที่แน่ๆมันตรงสถานการณ์ เพราะเค้าเริ่มต้นที่ความกลัว แต่มาสิ้นสุดลงตรงความฉุนนี่แหละ แต่เล็กแต่น้อยตั้งแต่สมัยเรียนประถมมัธยม ใครมันลองเรียกชื่อเล่นของเค้าว่า ‘มินนี่’ มีได้เป็นเรื่องทุกราย


“หึ!” หัวเราะขึ้นจมูก รุ่นน้องหน้าใสเปลี่ยนแววตาจากลูกแมวที่กลัวหง๋อแววตาสั่นคลอๆกลายมาเป็นตาสิงห์ตาเสือซะแล้ว


“ชื่อมิลครับ มอ อิ ลอ มิล ออกเสียงแบบ Mill ....ไม่มีมินนงมินนี่ ไม่มีครับ!” พูดย้ำแล้วหันไปส่งยิ้มเย็น ไอ้นิสัยไม่กลัวใครบวกกับความมั่นใจนิสัยเดิมๆกลับมาฟื้นคืนชีพแล้ว


“อ๋อ....มิลเหรอจ๊ะ แล้วน้องมิล น้องมิลมีแฟนรึยัง?” พี่โก้ยังคงกระเซ้าเย้าแหย่เป็นท่าหมาหยอกไก่อยู่ดี แต่ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยตอบ เสียงรุ่นพี่สาวๆที่ยืนอยู่อีกฟากก็แทรกขึ้น


“แก ถามแต่น้องคนนั้นน่ะ ถามน้องคนนี้บ้าง เค้าเหงาตายชักแล้วเนี่ย” ว่าแล้วจุดสนใจก็ถูกเบนไปให้นายคนข้างๆเป็นการชั่วคราว เจ้าไทป์ตัวดีฉีกยิ้มตาหยี ออกอาการเขินอายแบบพอมีมาดให้สาวๆเห็นว่าน่ารัก จากนั้นก็มองตรง ส่งยิ้มแบบพอดิบพอดีพร้อมกับการแนะนำชื่อเล่นตัวเอง


พวกพี่ๆสาวๆและนักศึกษาสาวคนอื่นๆก็ดูท่าจะชอบใจนายไทป์อยู่ไม่น้อย ที่สำคัญเพิ่งเข้ามหาลัยมาไม่กี่วัน ดูเหมือนเจ้าหมอนั่นจะกุมใจกลุ่มเพื่อนผู้ชายได้อีกด้วย เรียกได้ว่าป๊อบสุดๆตั้งแต่ช่วงแรกของการเปิดเทอมทีเดียวเชียวละ


“เฮ้ย มิลอย่ายอมแพ้ไอ้ไทป์มันนะเว้ย!” เสียงเพื่อนที่จบมาจากโรงเรียนเก่าที่เดียวกันเริ่มตะโกนแทรกขึ้นมา ตอนนี้บรรยากาศดูเฮฮา เพราะทุกคนเริ่มคุ้นเคยกับธาตุแท้ของรุ่นพี่แต่ละคนกันมากขึ้นแล้ว เรียกได้ว่าพอเจอหนุ่มหล่อ หนุ่มน่ารัก โดนสเป็คก็พากันแอ๊บแตก หมดความแมน ความน่ากลัวกันไปเลยทีเดียว


พวกรุ่นพี่คุยๆอะไรอยู่มิลไม่รู้ ไม่ใส่ใจฟัง คิดแค่ว่าเมื่อไหร่ไอ้ที่ต้องมายืนให้รุ่นพี่แทะโลมนี่มันจะจบๆลงซักที หันไปมองหน้าเจ้าเพื่อนสนิท ส่งสายตาถามมันให้ลองหาทางช่วย แต่ไอ้ฝ่ายนั้นกับยิ้มแฉ่งให้ นี่มันเคยรู้เร่องอะไรบ้างมั้ย? จะหน้าซื่อหน้าเอ๋อไปไหน....ให้ตาย


“พวกพี่ไม่รู้จะตัดสินยังไงล่ะ แบบว่าเราสองคนเหมาะจะเป็นเดือนทั้งคู่เลย” หลังจากที่พักเรื่องของสองหนุ่มเอาไว้ก็หันไปใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 นาทีในการเลือกดาวขึ้นมายืนเสนอหน้าอยู่ข้างๆกาย ....เด็กสาวหน้าตาสดใส น่ารัก และมองดูก็รู้ว่าหากจับแต่งหน้าอีกนิดจะกลายเป็นสาวสวยแบบเปรี้ยวอมหวาน โฉบเฉี่ยวได้ไม่แพ้ใครถูกดันกระแซะให้มายืนใกล้ๆ มิลหันไปส่งยิ้มจากใจ เค้าชอบยืนข้างๆผู้หญิงมากกว่าอะไรที่มันทะมึนๆถึกๆแบบพี่คนเมื่อกี๊เยอะ


“ให้น้องเค้าเลือกดิแก ก็แบบว่าใครมีเวลา ก็ให้ลงประกวดเดือนมหาลัย หรือไม่ก็เอามาซ้อมคู่เลย เดี๋ยวค่อยเลือกก็ได้” รุ่นพี่อีกคนหนึ่งเสนอ


“นั่นสิเนอะ ....ก็ได้นะ พี่เลือกไม่ได้ว่ะ รักพี่เสียดายน้อง แม่งคนนั้นก็หล่อลาก คนนี้ก็น่าลาก เอ้ย น่ารัก” แน่ะ! หันมาส่งสายตา พี่โก้ยังมีแอบติดตลก แต่ว่ามิลไม่ขำเลยครับ ไม่ขำซักนิด


“ผมยังไงก็ได้” นายไทป์เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนเมื่อถูกถามความสมัครใจ แต่น่าสงสารเห็นจะไม่ใช่ใครนอกจากคุณชายรามิล


“แต่ผมไม่อยาก” เด็กหนุ่มรีบชิงตอบ


“ไม่อยากอะไรครับ?” พี่โก้ทำมาถามเสียงเข้ม


“ไม่อยากเป็นเดือนไงพี่ ผมสละสิทธิ์แล้วกัน นะครับ ....ก็ให้ไทป์ ....ให้คณะทัต เป็นไปละกัน” คนหน้าขาวใสเอ่ยปากเสนอชัดถ้อยชัดคำ


“แล้วถ้าน้องมิลไม่อยากเป็นเดือนน้องมิลจะอยากเป็นอะไรล่ะ?” น่าน....ยังซักไม่เลิก ....นี่ไอ้ที่ถามๆชักแม่น้ำทั้งห้าคงไม่ได้อยากจะให้เค้าบอกว่า ‘อยากเป็นแฟนพี่’อยู่ใช่มั้ย?


“อยากเป็นดาวคณะมั้งครับพี่” ตอบพลางแสยะยิ้มให้ดูเหี้ยม เอาเดะ!จะเล่นลิ้นกะเค้าช่ายมะ ได้เลย มาจะต่อปากต่อคำให้หนำใจกันไปเลย


“ให้ผมเป็นได้มั้ยล่ะ?” ถามย้ำ ....ทว่าภาพรอยยิ้มเหี้ยมๆที่พยายามอย่าสุดแสนของเด็กหนุ่มกลับมีแบล็คกลาวด์ฟุ้งกระจายขึ้นเป็นดอกไม้ลายชมพูหวานในสายตาของอีกฝ่าย ....ต๊าย! น่ารักแบบราชินีน้อย แอบเถื่อนดิบเพื่อความเร้าใจ ....ยิ่งคิดยิ่งอยากจะดิ้น พี่โก้ตกเป็นผู้กู้ยืมหนี้สินที่เรียกว่าความรักแก่น้องมิลเสียแล้ว ....อ๊ะ! เรียกกันง่ายๆว่าทาสรักนั่นแหละ ใสๆ หวานๆ กระดูกอ่อนๆ แต่ซ่อนความแสบเซี้ยว....โอย....เปรี้ยว....โดน!


“เป็นได้.....”ลากเสียงยาว “เดี๋ยวพี่เทรนด์ให้”


มิลถึงกับทึ่ง อึ้ง ตะลึง!....จากนั้นในที่สุดการคัดเลือกดาว-เดือนคณะด้วยกฎหมู่ที่แสนจะว่าง่ายก็เป็นอันปิดฉากลง แน่นอนว่ามิลหลุดรอดพ้นภาระที่เกือบจะซวยข้ามคณะมาได้ แต่ทว่าหลังจากนั้นล่ะ....


“นายเสร็จพี่โก้แน่ๆ”


....ทั้งนายไทป์และเพ่ยเพ่ยต่างพากันเดินมาตบไหล่ของเค้า ....เอาเข้าไป ....แต่ละคน จริงใจกันจริงๆ

 

######

 

หลังจากรำลึกความหลังกันจบก็กลับเข้ามาสู่ช่วงเวลาปัจจุบัน ขณะกำลังนั่งคุยกันจู่ๆพี่คนหนึ่งที่นั่งร่วมโต๊ะก็หันไปเจอใครบางคนเข้า  “เชอร์รี่! แก....ทางนี้”


เชอร์รี่....มิลทวนชื่อ ก่อนหันหน้ามองตาม ....ใช่พี่เชอร์รี่ที่คบกับไอ้ไทป์จริงๆด้วย หน้าอย่างนี้ รูปร่างอย่างนี้ เอ็กซ์ เซ็ก สะบึมขนาดนี้ ....มิลปรายสายตาหวานๆผ่านไปหาคนมาใหม่ และกล่าวคำทักทาย


“น้องมิลใช่มั้ย พี่จำได้” พี่เชอร์รี่เอ่ยถามก่อนวางสมุดหนังสือที่หอบไว้ในมือลงบนโต๊ะ


“ครับ ผมก็จำพี่เชอร์รี่ได้” ปากหวานเอาไว้ก่อน เด็กหนุ่มส่งยิ้มสดใสตามสไตล์พลางแอบเสมองเลื่อนต่ำลงไป ....อู้....พอไม่มีสมุดหนังสือหอบบังเอาไว้ ไซส์ขนาดนี้นี่ทำไมยังเดินเป็นผู้เป็นคนได้อยู่นะ? ....นึกทึ่งในความสามารถของพวกเธอจริงๆที่ไม่เดินถ่วงหน้าหงายหลังไประหว่างทาง แถมขนาดซักประมาณคัพ C ยังใสเสื้อซะติ้วเชียว กระดุมมันจะปริแล้วเด้งมาโดนตาผมมั้ยครับนั่น มิลชักนึกกลัว


ไอ้ไทป์มันคงชอบตรงนี้สินะ ....ฮึ่ม! ยิ่งคิดยิ่งนึกหมั่นไส้ ไอ้บ้านั่นเลือกแฟนทีไรขนาดไซส์ต้องมาก่อนทุกที มันเคยรู้มั้ยว่าคนน่ารัก นิสัยดีๆ ที่อกแบนๆก็มีอยู่ถมไป ....ป่าวๆไม่ได้หมายความแบบใกล้ๆอะไรตัวเองหรอกนะ หมายถึงพวกผู้หญิงคัพA อะไรพวกนั้นน่ะครับ ....จริงๆ


“น้องมิลนี่ที่เป็นเพื่อนสนิทกับไทป์ใช่มั้ยคะ? เห็นไทป์พูดถึงอยู่บ่อยๆ” เอาแล้วไง....เส้นเลือดฝอยเริ่มก่อตัว ไอ้ไทป์ แกพูดอะไรถึงฉันวะ? ....หวาดระแวง ....หรือนี่สนิทชิดเชื้อกันถึงขั้นบอกให้ฟังทุกซอกทุกมุมแล้ว โอ้!พระเจ้า ....ไทป์พูดถึงอยู่บ่อยๆ จะอวดว่างั้นเหอะ ....โอ้ย! สับสนว่ะ....มิลร้องถามตัวเองในใจ ตกลงนี่แกจะตบกะเค้าหรือจะจีบเค้ากันแน่ สงบอารมณ์หน่อยสิวะลูก


“เหรอครับ แต่พี่เชอร์รี่อย่าไปฟังไทป์มากนะ เดี๋ยวมันเอาผมไปเผา ผมก็หมดกันพอดีสิ” ค่อยๆสั่งใจไว้ ยุบหนอ พองหนอ ...ใจเย็นๆได้เป็นพระเอก ใจเย็นลูกใจเย็น ....รามิลต้องใจเย็น


“ก็ไม่นะจ๊ะ ไม่เคยเผาน้องมิลให้ฟังเลย มีแต่ชมออกจะบ่อย” ตอแหลแล้วไง ....เกือบจะหลุดปากออกไปแล้วมั้ยล่ะคำนั้น มิลแอบหัวเราะในใจ เธอหลอกฉันต่อไปไม่รอดแล้วล่ะแม่ชะนีอึ๋ม จับไต๋ได้แล้วครับ เพราขึ้นชื่อว่าไอ้เจ้าไทป์ มันจะมีอะไรดีๆของท่านรามิลคนนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟัง ก็ที่ผ่านมาไอ้หมอนั่นอยู่ในฐานะเจเนอรัลเบ๊ถาวรของกระผมมาตลอดเลยนี่ครับ ผมจะเคยไปทำอะไรดีๆให้มันเอาไปสรรเสริญ?


“เหรอครับ” มิลส่งยิ้มหววาน ยิ่งหวาน ยิ่งเยิ้ม ยิ่งจ้องยิ่งเหมือนจะตกหลุมรัก “ต่อไปอยากให้พี่เชอร์รี่ฟังจากผมบ้างนะครับ” น่านไง....คาถาผูกมัดใจของน้องมิล....รักผมนะครับ....รักผมนะครับ....มองตา....แล้วพูดตาม


“อะแฮ่ม!” รู้สึกเหมือนโดนขัดคอ ทั้งสองคนที่กำลังจนตนาการถึงโลกส่วนตัวในมุมที่แตกต่างผละสายตาออกจากกัน พี่เชอร์รี่หันไปยิ้มแก้เก้อกับพวกเพื่อนๆ ปลายนิ้วของหล่อนจับปอยผมขึ้นทัดหูอย่างเขินๆ ในขณะที่น้องมิลหนุ่มน้อยได้แต่งส่งยิ้มเจื่อนๆดูไร้เดียงสาให้รุ่นพี่ที่พากันจ้องมอง


“ผมว่า ....สงสัยต้องไปหาเพื่อนที่คณะแล้วละครับ” มิลออกตัวก่อนลุกขึ้นแล้วโค้งบอกลาสาวๆ ทิ้งเอาไว้ก็แต่เสียงกรี๊ดกร๊าดเบื้องหลังที่ยังกล่าวถึงตัวเค้าไม่ขาดปาก


“น้องมิลแม่งกล้าว่ะ แบบ....แรงว่ะแก เห็นหน้าใสๆ” พี่เอิงเริ่มเปิดฉากก่อนหลังจกาอึดอัดอยู่นาน


“ร้ายนะเจ้านั่น แหม!มองแกตาเป็นมัน เด็กแม่งน่าฟัดว่ะ” พี่แพทกับเพื่อนๆช่วยเสริมกันอีกหนึ่งดอก และปิดท้ายด้วยคำชมจากสาวสวยเซ็กซี่ที่นั่งทำตาลอยๆ


“เออ....น่ารักจริงๆ เมื่อกี๊ยังแอบใจเต้นเลย”


######

 

  “ฟู่! เกือบไป” หลุดพ้นมาจากกลุ่มรุ่นพี่สาวปุ๊บก็เป่าลมหายใจออกทางปากปั๊บ....โล่ง ที่ไม่ได้หลุดคำเจ็บๆอะไรกัดออกไป ไม่อย่างงั้นมีหวังพังหมด แผนการณ์หลอกล่อนางมารออกจากเจ้าบ้าไทป์นั่น เพราะเหลี่ยมจัดอย่างงี้นี่เองถึงได้โปรยเสน่ห์ใส่เจ้าหมอนั่นได้ แต่จะว่าไปอะไรแบบนี้มันปรบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกนะ คนของเรามันก็ผิดด้วยนั่นแหละ ....ไอ้พวกเด็กยักไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม พอเห็นอะไรโนตมๆเป็นไม่ได้....ชิ !ไอ้มนุษย์นม ....หมั่นไส้


“อ้าว! มิล โดดเรียนเหรอ?” นั่นไง....ตายยากเสียจริงวุ้ยไอ้มนุษย์พันธุ์นี้


“เออ!” หันหลังกลับไปตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “วันนี้หยิบเสื้อมาผิด ไม่รู้ว่าเค้าจะเช็คชื่อเลยต้องโดดร่ม แล้วไทป์ล่ะ เรียนเสร็จยัง?” คนมาใหม่เดินเข้ามาใกล้ แล้วมองเพ่ง


“มิลเป็นอะไร?” ไม่ตอบคำถามแต่กลับตั้งถามถามใหม่ซะงั้น


“หืม?” มิลถามเสียงสูง เลิกคิ้วด้วยความสงสัย


“ก็หน้าตูมเชียว ใครเค้าแกล้งมา?” ชายหนุ่มทำท่าออกอาการเป็นห่วง


“จะมีใครแกล้ง โตป่านนี้แล้ว ...ที่สำคัญ ใครมันจะกล้าแกล้งเรา” เจ้าตัวดีบุ้ยปาก แอบอมยิ้ม ....เหอะๆ....มีเป็นห่วงด้วยแน่ะ ....เชื่องดีแฮะ! ....เจ้าไซบีเรียฮักกี้^^


“นั่นสิเนอะ ใครจะมาแกล้งออกจะตัวสูง แขนล่ำขนาดนี้” พูดจบก็วางมือลงบนหัวของคนตัวเล็กกว่าแล้วออกแรงขยี้เบาๆ จนผมเส้นเล็กสีน้ำตาลที่พลิ้วเป็นลอนยุ่งเหยิง


“ไอ้บ้า ไม่ใช่เด็กนะ ปล่อยเลย” โหวกเหวกโวยวายตามสไตล์คุณชายน้อย


จากนั้นภาพที่นักศึกษาคนอื่นๆ และบรรดาผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้เห็นก็คือคู่หูเดือนคณะคนดังแห่งเศรษฐศาสตร์และเพื่อนสนิทว่าที่หนุ่มหน้าใสเฟรชชี่โหวตประจำปีที่ถูกส่งชื่อเข้าประกวดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เร่องรู้ราวซึ่งมักจะเล่นหยอกล้อกันอย่างนี้ให้เห็นจนเป็นความเคยชินนั่นเอง


.....ไม่มีใครในคณะที่จะไม่รู้จัก คณะทัต คนนั้น และ เช่นกัน ชื่อของรามิลเองก็ถูกพูดถึงใช่ย่อย ทั้งหมดนี้ถ้าเพียงแค่รูปร่างหน้าตาคงไม่ทำให้พวกเค้าป๊อบปูล่าได้นานเท่าไหร่  หากแต่ว่านั่นดูเหมือนจะรวมไปถึงนิสัยใจคอที่ออกจะน่ารักน่าหยิกไปคนละแบบคนละสไตล์ของสองหนุ่มนั่นด้วยแหละถึงจะถูก
แน่นอนว่าหนุ่มฮอตสาวๆก้ต้องแอบสนอกสนใจอยู่แล้ว


แต่ที่คาดไม่ถึงกว่านั้น ....ใครบางคนที่เคยพบกันเมื่อก่อนหน้านี้


คนๆนั้นเองก็กำลังจ้องมองดูพวกเค้าอยู่ห่างๆเช่นกัน


“รามิล....ชื่อน่ารักจัง”


To Be Continue….

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet