TVXQ : Between Thread & Wind [ตอนที่ : 1]
posted on 24 Sep 2007 20:52 by dittri
:: Between Thread & Wind ::
....ระหว่างเส้นด้าย และ สายลม
ตอนที่ : 1
“เอาละ แยกกันตรงนี้ นายขี่ต่อไปแล้วกัน” แจจุงตบหลังน้องชายเบาๆเป็นการส่งสัญญาณก่อนที่จะกระโดดลงจากเบาะหลัง
“ตั้งใจเรียนนะครับพี่” ชางมินชะลอจักรยานของเค้า แล้วหันมาบอกพี่ชาย จากนั้นทั้งคู่ก็แยกกันตรงปากทางของหมู่บ้าน แจจุงถือกระเป๋าหนังในมือด้วยท่าพาดขึ้นบ่าตามถนัด
ตอนนี้เค้ายกจักรยานคันเก่าที่เคยใช้เมื่อสมัย ม.ต้นให้กับน้องชายไปแล้ว เมื่อก่อนเพราะเรียนที่เดียวกันเลยมักจะไปเรียนด้วยกันประจำ แต่ตอนนี้ชางมินเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ ม.2 ส่วนเค้าก็ต้องย้ายมาเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายที่เพิ่งสอบเข้าได้ วันแรกของการเปิดเทอม สิ่งแวดล้อมใหม่ โรงเรียนใหม่ แค่คิดก็ไม่อยากก้าวขาต่อไปเสียเฉยๆ
ที่ผ่านมาโรงเรียนประถม และ มัธยมต้นของเค้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลแถวย่านตลาดชุมชนซึ่งห่างออกไปจากหมู่บ้านเพียงไม่ถึงกิโลเมตร ที่นั่นมีแต่นักเรียนซึ่งอาศัยอยู่ในย่านเดียวกันสมัครเข้าเรียน แทบทุกคนมีฐานะปานกลาง ไม่ยากจน แต่ก็ไม่รวยล้นฟ้า ดังนั้นสถานภาพของพวกเค้าจึงไม่ถูกดูแคลนนักในสายตาเพื่อร่วมชั้นคนอื่นๆ แต่ว่าตอนนี้....
โรงเรียนมัธยมปลายแห่งใหม่ที่เค้าสอบเข้าไปได้นั้นกลับเป็นโรงเรียนระดับจังหวัดที่มีชื่อเสียง ทีแรกแจจุง ปฏิเสธคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาที่เสนอชื่อให้เค้าได้สอบเป็นนักเรียนทุน แต่เมื่อถูกพูดโน้มน้าวเข้าถึงอนาคตหลังจากนั้น หากได้จบจากโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็จะง่ายไปด้วย ....
ไม่หรอก แจจุงไม่ได้คิดไปไกลถึงขั้นมหาวิทยาลัย เค้าคิดแค่เพียงจะใช้ชื่อของโรงเรียน และใบเกรดรายวิชาเมื่อจบหลักสูตรไปสมัครเข้าทำงานตามบริษัทต่างๆเท่านั้น ....
แค่พนักงานเดินเอกสารก็ยังดี อย่างน้อยเงินเดือนส่วนนั้นคงพอส่งเสียให้ชางมินเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ ....และนั่นเองคือเหตุผลทีเค้าตัดสินใจสอบเข้ารับทุนของที่นี่
“มัธยมปลายประจำจังหวัด แค่คิดก็รู้สึกขยาดขึ้นมาเลยแฮะ”
แจจุงเดินย่ำเท้าไปตามทางอย่างคิดเป็นกังวล เมื่อวานเค้าไปขอให้ ลี ซังมี ลูกสาวของร้านขายผักเพื่อนนักเรียนหญิงที่บ้านอยู่ข้างๆกันช่วยรีดเครื่องแบบให้ ไม่ใช่ว่าบ้านของเค้าไม่มีเตารีด แต่ว่ามันเพิ่งจะพังไปด้วยอายุการใช้งานที่เกินทนต่างหาก จะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ได้ เงินเก็บสำหรับจับจ่ายรายเดือนมีไม่มากพอ แต่ก็นับว่าเค้ามีเพื่อนบ้านที่ดี ซังมีรับปากจะช่วยรีดเครื่องแบบให้เค้าทุกวันจนกว่าที่เค้าจะซื้อเตารีดใหม่ได้ แต่นั่นก็ต้องแลกกับการที่เค้าจะคอยช่วยเธอทำรายงานในเวลาที่เธอเอ่ยปากขอเช่นกัน
เสื้อผ้า หน้า ผม ....ทุกอย่างเรียบร้อย ....ละมั้ง!!
คิดปลอบใจตัวเองหลังจากที่แวะเช็คสภาพผ่านเงาสะท้อนของรถเก๋งสีดำที่จอดอยู่ข้างทาง เค้าเป็นคนหน้าตาดี เรื่องนี้แจจุงมั่นใจ ดังนั้น ....จะใช้หน้าตานี่แหละในการหาพันธมิตร ....เด็กหนุ่มยืนยิ้มแยกเขี้ยว พลางโพสท่ายิงปืนใส่เงาตัวเองที่สะท้อนออกมา ....ท่านี้เท่ได้ใจ เจ้าตัวคิดแล้วหัวเราะร่วน ก่อนนิ่งชะงักเมื่อกระจกรถที่ติดฟิลม์ทึบเลื่อนลงมา
“จะส่องอีกนานมั้ยไอ้หนู?” ….อะจึ๋ย! ถึงกับหน้าเสีย ความมั่นใจเมื่อครู่เป็นศูนย์ และหลังจากที่โค้งหัวขอโทษเจ้าของรถเสร็จก็รีบใส่เกียร์ผีวิ่งโกยอ้าวในทันที ....อายมั้ยล่ะนั่น? ....ให้ตายสิไอ้แจจุงเอ๊ย!!
วิ่ง วิ่ง วิ่ง....วิ่งมาเสียไกลจนหอบแฮ่ก ไม่ทันไรก็ถึงทางแยกก่อนเข้าสู่บริเวณของโรงเรียนแล้ว แจจุงหยุดยืนอยู่กับที่ สูดหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่ แม้ที่นี่จะเป็นโรงเรียนสหศึกษาแต่ก็ถูกแบ่งออกเป็นแผนกชาย-หญิงอย่างชัดเจน นักเรียนหญิงในชุดเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนเดินเข้าทางประตูด้านซ้าย ส่วนนักเรียนชายที่แต่งตัวแบบเดียวกับเค้าเดินเข้าทางประตูด้านขวา ที่ด้านหน้าประตูมีนักเรียนรุ่นพี่สวมปลอกแขน คอยตรวจเช็คความเรียบร้อย และจดรายชื่อตัวปัญหาประจำโรงเรียน
ว่าแล้วก็เช็คความเรียบร้อยของตัวเองอีกรอบซักหน่อย กันพลาด ....แจจุงก้มลงสำรวจรอบๆตัว ทั้งเข็มขัด ทั้งเสื้อเชิ๊ต และกางเกง กับกระเป๋านักเรียน ทุกอย่างถูกระเบียบทั้งหมด จะติดก็ไอ้ตรงผมที่ยาวระบ่านี่แหละที่อาจจะโดนตักเตือนนิดหน่อย แต่ก็เอาน่า! เค้าสัญญาเลยว่าเย็นนี้จะรีบกลับไปจัดการตัดมันซะ!
เมื่อทุกอย่างพร้อม แจจุงก็ก้าวเท้าไปขางหน้า เค้ากำลังจะเดินข้ามเส้นไปสู่รั้วโรงเรียนใหม่ด้วยหวังว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตที่สดใสในอีก 3 ปีข้างหน้า
แต่ยังไม่ทันที่จะไปถึงที่หมาย จู่ๆรถยุโรปสีดำปลอดคันงามก็เข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูฝั่งขวากั้นทางเข้าโรงเรียนของเค้าเสียสนิท ....รถหรูแบบนี้ อย่างกับพวกโลโซลอยด์ที่เห็นในหนังอย่างงั้นแหละ .... แจจุงคิด เค้าไม่รู้หรอกว่ามันใช่รถสายพัน์เดียวกับที่ตัวเองว่ารึเปล่า ....ก็แค่สันนิษฐานเอาไว้อย่างนั้น
ที่หน้าโรงเรียนเริ่มวุ่นวาย นักเรียนที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าต่างส่งเสียงฮือฮา พวกนั้นก็คงแปลกใจไม่น้อยไปกว่าตัวเค้า ใครกันนะที่ปรากฎตัวในวันแรกของการเปิดเทอมได้อย่างกับ “เจ้าชายชิน” ในเรื่องGoong เสียอย่างนั้น? ....ยังไม่ทันได้จินตนาการไปไกล ประตูรถก็ถูกเปิดออกโดยสารถีคนขับที่อ้อมตัวไปยังด้านข้าง และจากนั้นใครบางคนภายใต้ชุดยูนิฟอร์มเดียวกับเค้าก็ก้าวเท้าลงมา
ว้าว! มีนักเรียนที่กล้าย้อมผมสีอ่อนขนาดนั้นมาเรียนด้วยเหรอเนี่ย? ....แจจุงคิด เจ้าหมอนั่นคงเป็นลูกท่านหลานเธอเป็นแน่ เอ๊ะ!หรือจะเป็น “เจ้าชายลีชิน”ตัวจริง? นี่ตกลงเกาหลียังมีเชื้อพระวงศ์และพวกเจ้าชายอยู่จริงๆเหรอเนี่ย??
คนยืนจ้องจินตนาการไปไกล สิ่งที่แจจุงมองเห็นจากจุดของเค้า มีเพียงแค่แผ่นหลังของชายหนุ่มที่ย้อมผมสีน้ำตาลแดงอ่อนๆ ซึ่งค่อยๆเดินจากไปเท่านั้น อย่างกับฉากในละครอย่างนั้นแหละ....เช้าวันใหม่ของการเปิดภาคเรียนที่เค้าแทบไม่เคยจินตนาการถึง....
รถคันใหญ่เคลื่อนตัวจากไปแล้ว ที่หน้าโรงเรียนค่อยๆกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่แจจุงยังยืนอยู่กับที่ เค้ายังไม่หายเซ่อกับฉากอลังการเมื่อครู่
“เกะกะจริงว้อย! หลีกทางหน่อยเซ่!!” แล้วจู่ๆเสียงใครคนหนึ่งที่ฟังดูระรานก็ดังมาจากด้านหลัง แจจุงกำลังจะหันกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับถูกสองมือนั้นผลักจากด้านหลังก่อน ....ร่างของเค้าเซถลาไม่เป็นท่า เกือบล้ม แต่โชคดีที่เพื่อนนักเรียนอีกคนประคองไว้ได้
“ออกไปให้พ้นทางเสียก่อนที่จะเจ็บตัวเลยไปไอ้กระจอก!!” น้ำเสียงที่กร้าวร้าว และสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามเสียจนเกินกว่าจะทนไหว
“......”
แจจุงกัดฟันแน่น เค้าจำได้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ....ลูกชายเจ้าของโรงพิมพ์ที่เค้าเคยไปทำงานพิเศษด้วยเมื่อช่วงปิดเทอม คนที่คอยหาเรื่องเค้าต่างๆนานาในตอนที่เค้าต้องออกไปส่งหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า ไอ้พวกชอบดูถูกดูแคลนคนอื่นจนเข้าไส้ ....ไม่คิดว่าจะต้องซวยจนมาเจอมันที่นี่ ....แจจุงมองหน้าศรัตรูฟ้าประทานด้วยสายตาอาฆาต
“ทำไม? ลูกไอ้ขี้เมา แกมาเรียนที่นี่ทำไม? มาทำให้โรงเรียนเค้าสกปรกไปกับแกทำไม? โถ่เว้ย! ถ้ารู้อย่างนี้ฉันไม่สมัครเข้าที่นี่ให้เสียอารมณ์หรอก ติดเชื้อโรคขี้ขโมยอย่างแกไป ใครจะรับผิดชอบวะ?” ไม่รู้ว่าเช้านี้ เจ้าหมีตัวโตไปกินผึ้งและถูกผึ้งต่อยปากมาหรือไง ถึงได้ออกอาการพาลแต่เช้า หรือเพราะที่ด้านหลังของมันมีพรรค์พวกสมทบอยู่ด้วยอีก 3 คน ถึงได้กร่างเสียอย่างนั้น....
แต่ตอนนี้จะด้วยอะไรก็ช่าง....เค้าไม่รู้ และไม่อยากจะสนใจ....แจจุงกำมือแน่น ก้มหน้ามองพื้น เพื่อนนักเรียนที่เข้ามาประคองเค้าเอาไว้เมื่อครู่ยังคงจับบ่าเค้าอยู่….อดทนไว้....อดทนไว้....
“โว้ย! หลีไปไป๊ รำคาญโว้ย” พูดจบก็ใช้มือซ้ายผลักอกของอีกฝ่ายซ้ำอีกครั้ง ร่างที่ดูมีพละกำลังมากกว่าเดินผ่านไปอย่างไม่สบอารมณ์
“ไอ้คังอิน!!”
สิ้นเสียงสุดท้ายแจจุงก็กระโดดเข้าหาคนตรงหน้าทันที กำปั้นในมือถูกปล่อยออกเป็นหมัดลุ้นๆเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่าย จากนั้นการตอบโต้ก็มีสวนกลับมาในทันที เพื่อนนักเรียนคนอื่นพยายามห้ามทัพ เช่นเดียวกับที่รุ่นพี่ซึ่งเป็นกรรมการนักเรียนก็วิ่งเข้ามาและเป่านกหวีดเสียงดัง
....และนั่นเองคือเรื่องฮือฮาเรื่องที่สองของเช้าวันเปิดภาคเรียนใหม่ ในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ ความทรงจำที่แสนดีในชีวิตมัธยมปลายของแจจุงถูกปลิดทิ้งและเหยียบซ้ำในชั่วพริบตา
To Be Continue…..
~~~~~~~~~~~~
NOTE :: ตอนที่ 1 แล้วนะคะ ก่อนหน้านี้มีคนบ่นด้วยว่าเรื่องท่าทางจะรันทด อ่าว...ถูกค่ะ(หัวเราะ)
สำหรับเรื่องนี้ เราก็มามองหนุ่มดงบังในมุมมองใหม่นะคะ
ผจญไปกับชีวิตคลุกฝุ่นของ "พี่น้องแจ-มิน" ละกัน
ถ้ารักดงบังจริง ก็อ่านต่อไปเรื่อยๆนะคะ ภูมิใจเสนอค่า !!

#1 By DYpKiYT (203.113.51.132) on 2007-09-29 16:36