::Start ::
รักสุดใจ ....นายตัวร้าย

ตอนที่ : 6

 “แล้วยังไง?” คนถามยืนกอดอกพลางเชิดใส่ ในขณะที่หนึ่งหนุ่มกำลังนั่งสบาย และอีกคนกำลังจะตายเมื่อรู้สึกว่าดวงกำลังจะถึงฆาต....เพ่ยเพ่ยเวลาโกรธเนี่ยอย่างกะอาป๊ามาเอง ทั้งน้ำเสียงทั้งหน้าตา ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าอาหมวยนี่เป็นลูกสาวของเจ้าสัวใหญ่ในมาเก๊า


 “ก็....ก็แบบว่า....แฮ่” มิลได้แต่อ้ำอึ้ง แล้วเงยหน้าที่มีเพียงรอยยิ้มเจื่อนๆขึ้นมองนางพญาที่กำลังทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อกันเสียให้ได้....


“หืม? อะไรคะ? แบบว่าอาราย?” หญิงสาวเริ่มซักใหญ่ จากท่ากอดอกตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นเท้าสะเอวซะแว้ว....หยึ๋ย! ชักขนลุก...เอาไงดีฟะเนี่ย? พูดดีๆนะลูกพ่อ อย่าพาจนเชียวนะเจ้าปากน้อยๆของช้าน.... (>_<)


“ก็...พรุ่งนี้เพ่ยเพ่ยมีพรีเซ้นต์งานช่ายม๊า?” เย็นไว้ๆอย่าสั่น หนูมิลสู้ๆ หนูมิลสู้ตาย...หนูมิลไว้ลาย....กำลังจะตายระหว่างสู้....แง๊~!! (T_T)


“หึ!” ส่งเสียงขึ้นจมูก ....ไม่พอใจแน่ๆ ตอนนี้เพ่ยเพ่ยกำลังไม่พอใจอยู่แหง๋ๆ....อ๊า....ทำยางง๊าย?....มิลได้แต่หลับตาปี๋


“ถูกต้องค่ะคุณรามิล เผอิญว่าพรุ่งนี้เช้าเก้าโมงครึ่ง พานิตาต้องพรีเซ้นต์หน้าห้อง แต่ถามหน่อยนะคะ....คุณรามิลไม่ได้เรียนชั้นปีเดียว คณะเดียว และภาควิชาเดียวกับดิฉันใช่มั้ย?” ....ฉึก!....สายตาเธอหันมามองจนได้ยินเสียงดังฉึก! ....คำพูดของเพ่ยเพ่ยพุ่งมาอย่างแรงและปักเข้าตรงหัวใจ....ตายแล่ว....รามิล....แกตายแล่ว(ฮือ....)


“คร้าบ....ขอโทษคร้าบ~!!” เถียงอะไรไม่ออกเพรานอกจากภาควิชาเดียวกัน หนำซ้ำงานที่ต้องพรีเซ้นต์พรุ่งนี้ดันเป็นงานคู่ที่มีทั้งชื่อเค้าและชื่อของเพ่ยเพ่ยพ่วงกันอยู่ด้วย....ดิ้นไม่หลุดแล้ว ทำยังไงดี อยากไปก็อยากไป เพราะขืนไม่ไปคืนนี้ไอ้ไทป์มันคงเสียหนุ่มแน่...แต่อ๊ะ! ไอ้เสียน่ะมันคงไม่เหลือตั้งแต่ม.ปลายแล้วมั้ง? เพราะขนาดตัวเค้าเองยังรุ้จักความเร้นลับของผู้หญิงเสียตั้งแต่ตอน ม.5 เลย ....อ่า....ครับ ใช่ครับ ครั้งแรกของมิลก็แฟนเก่าเจ้าไทป์ละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน ....แห่ะๆ


อ้าว!เผลอนอกเรื่องซะได้ อย่าเพิ่งไปไหนไกล กลับมาที่เรื่องเดิมของเราก่อนครับ


“เฮ้อ….!” อาหมวยสาวเบ้ปากพลางถอนหายใจแล้วนั่งลง


“.....” ง่า....ไม่ได้นั่งลงข้างๆมิลด้วย เดินไปนั่งข้างๆเจ้าไทป์เฉยเลย แบบนี้แสดงว่า....โดนโกรธแล้วแหง๋แซะ


“เอาน่า!เพ่ยเพ่ย ไทป์พามาส่งไม่ดึกหรอก หรือเพ่ยเพ่ยจะไปด้วยก็ได้นะ ไปแค่แถวอาร์ซีเอ เดี๋ยวเราขับขึ้นทางด่วน 15 นาทีถึง” ฮั่นแน่! ในที่สุดอัศวินก็ออกโรงเสียที....คิดพลางยิ้มในใจก่อนจะสะดุดขึ้นมาได้ว่าไอ้ตลอดเวลาที่เค้านั่งอ้อนวอนเพ่ยเพ่ยอยู่นั้น ไอ้หมอนั่นมันไม่ยอมทำอะไรเลยนอกจากนั่งมองแล้วแอบหัวเราะคิกคัก...ฮึ่ม!


“ไทป์ก็ตามใจมิลทั้งปี ดูดิโตมานิสัยเสียอย่างนี้เนี่ย ถามหน่อยว่าเพราะใคร?” คำพูดดูเหมือนจะเสียงแข็งใส่นะ แต่เปล่าเลย เพราะน้ำเสียงที่อาหมวยเธอเอื้อนเอ่ย ช่างผิดกับที่หันมาแผ่รังสีอำมหิตใส่เค้ามาก....มิลได้แต่นั่งหน้าหง๋อ ตัวงอ หน้าเหลือซักประมาณ 3 นิ้วเศษๆ


“ก็ตามใจด้วยกันทั้งสองคนนั่นแหละ ถึงได้ต้องช่วยกันรับผิดชอบไง” ไทป์ตอบก่อนหันไปยิ้มใส่ ช่างเป็นยิ้มที่เจิดจ้าเกินใคร โหย....ไอ้ไทป์ แกคิดจะใช้รอยยิ้มหวานๆของแกมาประหัดประหารคู่หมั้นของคนอื่นเค้าเหรอ ฝันไปเถอะว่าคนใจอ่อนอย่างเพ่ยเพ่ยจะ....ยอ....ม


“ก็ได้ๆ จะเอาไปต้มยำทำแกงที่ไหนก็เอาไปได้เลย เพ่ยยกให้”


ห๋า!!!!!!!!!


ไหง๋มันถึงได้ง่ายขนาดนั้น? (O_o) ก็อยากจะร้องถามอ่ะนะแต่ปิดปาดตัวเอาเอาไว้ได้ทันเสียก่อน ไม่อย่างนั้นมีหวังคืนนี้คงต้องอ้อนกันอีกยาวเลย เผลอๆจะไม่ได้ไปอีกด้วยซ้ำ


“แล้วก็ไม่ต้องมาจ้องเพ่ยเพ่ยแบบนั้นเลย ให้ตายเหอะไทป์ หน้านายเนี่ยมันจะหล่อไปไหน....มองแล้วใจจะละลาย” ว่าแล้วก็ทำท่าเอียงอายคล้ายเด็กสาวแรกมีความรัก


ปักอีกฉึก!! ฉึก! ฉึก ฉึก!!.... รู้สึกวันนี้จะโดนไปหลายดอกจนทำเอามิลนั่งอึ้ง ถลึงตาค้างอยู่เสี้ยวนาทีใหญ่ๆ แล้วค่อยรู้สึกตัวส่ายหัวไล่เอาความตกใจออกไป ....ไม่ๆๆ....ไม่เอานะ


“มิลม่ายยอมน๊า~! เพ่ยเพ่ยอย่าไปหลงมันเดะ ม่ายอาว....ๆๆๆ” โผเข้ากอดเพ่ยเพ่ยเอาไว้จากด้านหลัง ท่าทางเหมือนเด็กๆกำลังหวงหม่ามี๊เสียไม่มีผิด แตใครล่ะจะคิดว่าเนี่ยมันอาการของรามิลเวลาหวงคนรักนะ....เหอๆ


“จ่ะๆๆๆ เพ่ยเพ่ยรักมิลคนเดียวจ่ะ พอใจมั้ยจ๊ะพ่อสุดที่รัก” ว่าแล้วก็ลูบหัวตอบให้ซักนิด ก่อนจะไล่เจ้าเด็กตัวโตไปซักแห้งให้เสร็จถึงจะปล่อยออกนอกบ้าน....จะไปท่องราตรีกันใช่มั้ยพ่อสองหนุ่ม แบบนี้จะปล่อยให้ไปฟรีๆคงไม่ได้


“ไทป์”


“หืม? อะไร”


“แลกกัน ....ก่อนนายจะพามิลไปเที่ยว มานั่งตอบแบบทดสอบให้เพ่ยเพ่ยเลย”


######


 เด็กหนุ่มเริงร่าใต้ฝักบัวอย่างอารมณ์ดี เหอๆคืนนี้รามิลจะได้ท่องราตรีในรอบสองปีนะจะบอกให้ คิดแล้วก็รู้สึกว่ากลิ่นน้ำอุ่นๆนี่ช่างชื่นใจ ฮัมเพลงโปรดเพลงนั้นเพลงนี้เรื่อยไปจนในที่สุดก็เป็นอันขัดศรีฉวีวรรณจนเรี่ยมไปทั้งตัว


“ตั้งแต่คุณพ่อ กับหม่ามี๊ไปอเมริกา ก็ไม่เคยได้ออกเที่ยวเลย ยัยเพ่ยเพ่ยเนี่ยคุมเข้มยิ่งกว่าหม่ามี๊เสียอีกเนอะ” พูดอยู่คนเดียวหน้ากระจกก่อนจะหยิบโรออนซ์ขึ้นมาจ้องแล้วส่งยิ้มให้....และนี่เราบ้าไปแล้วรึยังไง? แต่เอาน่า ตอนนี้อะไรๆก็สดใสเพราะอารมณ์ดี....เหอๆ^^


บนชั้นสอง คุณชายกำลังแต่งตัวอยู่คนนั่งรออย่างนายไทป์ก็เลยว่าง ก่อนหน้านี้คิดว่าจะกลับไปอาบน้ำก่อนซักที แต่เพราะถูกสาวหมวยคนนี้ยื่นข้อแลกเปลี่ยนมาให้ สุดท้ายเลยทำใจ เดียวก่อนออกไปแค่ขอโฉบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเดียวแล้วฉีดน้ำหอมกลบท่าจะไหว


“เอาละ....ข้อต่อไปว่ามา” พูดจบก็นั่งจดจ่อรอคำถามจากฟันเทสต์ที่สาวเจ้ากำลังคลิกเลื่อนไปยังตัวอักษรที่สืบเนื่องจากคำตอบข้อ 6


“ข้อ 6 นะ....อะไรเป็นความมั่นใจสุดๆ ประมาณว่า เรื่องนี้ฉันไม่แพ้ใครแน่นอน” น้ำเสียงเล็กๆใสๆอ่านออกเสียงเน้นสระจนคนฟังรู้สึกถูกใจ ท่าทางงานนี้เพ่ยเพ่ยคงจะเอาไปใช้เป็นข้อมูลเขียนนิยายอีกแน่ ....งั้นให้ความร่วมมือเต็มที่หน่อยก็แล้วกัน


“อื้อ...แล้ว?” ไทป์เอียงคอรอฟังอย่างตั้งใจ ทำให้คนอ่านยิ่งรู้สึกหวั่นไหว....ฉันอยากรู้ใจนายจริงๆพ่อเดือนคณะรูปหล่อ...คิกๆ


“ตอบ....สัญชาตญาณดิบ การเอาตัวรอดเก่ง เราไม่ได้โกหก เราไม่ได้ตอแหล...เราแค่ไม่อยากทำให้ใครเสียใจ +++ ไปที่ข้อ 7 +++ แต่ถ้าตอบ ....อีโก้ของฉันนี่แหละ ศักดิ์ศรีเท่านั้นที่ไม่มีวันตาย...ออกแนว...ไม่ยอมให้ใครฆ่า และไม่ยอมให้ใครหยามเฟ่ย +++ ไปที่ข้อ 8 +++ ว่างายจ๊ะ??” ...ชายหนุ่มทำท่าใช้ความคิด


“ไทป์เอาข้อแรกแล้วกัน ไปต่อที่ข้อ 7 เลย” น่าน....น่านเป็นไร นายมิลนายต้องมาฟังไว้ เพ่ยเพ่ยกำลังสืบราชกาลลับเผื่อไว้ให้ บางทีนายอาจจะได้ใช้นะของอย่างงี้(หุหุ)


“งั้นข้อ 7 นะ ....วันนั้นฝนตกหนัก คุณจะพกอะไรไปบ้าง? ข้อแรก....ร่มสิ ปลอดภัย คุ้มกันเราทั้งคู่ >_< +++ ไปข้อ 11 +++ ข้อสอง....ถุงยางสิ ปลอดภัยเราทั้งคู่เช่นกัน +++ ไปข้อ 9 +++” อุ้ย!ข้อนี้คนอ่านยังรู้สึกอาย....คิดแล้วจั๊กจี้ใจเล็กๆ เพ่ยเพ่ยฉีกยิ้มกว้างพลางหันกลับไปจ้องหน้าคนที่จำเป็นต้องตอบคำถาม
  

“เอาจริงป่ะ?” ไทป์ถามย้ำแล้วเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ....ใบหน้าเวลายิ้มจนตาหยีของตานี่สินะที่กระเทาะสะเดาะกลอนหัวใจของใครต่อใครได้อย่างกะพ่อขุนแผน...เอาจริงมั้ยเหรอ? เพ่ยเพ่ยพยักหน้ารับบอกให้เข้าใจ ว่าไม่ว่าจะตอบอะไร ทุกอย่างเพ่ยเพ่ยเชื่อค่ะว่าคุณไทป์คิดจริง


“ไปข้อ 9 เลย” อุ....แม่เจ้า! อยากจะยกมือปิดปาก....เพราะสิ่งที่ต้องการจะทำสุดๆคือส่งเสียงกรี๊ดๆๆ....แหมๆนายตัวร้าย ตอบมาได้สั้นๆได้กินใจ....เพ่ยเพ่ยคีย์ข้อมูลไปยิ้มไป....โอย....หน้าฉันแดงไปหมดแล้วทำไงดีเนี่ย?


“ข้อ 9 นะจ๊ะ....เวลาเขาคนนั้นป่วยจะทำยังไง? ข้อแรก....งานการเอาไว้ก่อน ต้องอยู่ดูแลจนเขาหายดี +++ ไปข้อ 14 +++ ส่วนข้อสอง....ทำตัวเองให้ป่วยไปด้วยเลย จะได้อ้อนเป็นสองเท่า +++ ไปข้อ 10 +++ ....หืม?....เอาไง?” เด็กสาวหันมาจ้องตาใสแล้วเอ่ยถาม


 “ข้อนี้ไม่ต้องตอบอะไรเพ่ยเพ่ยก็น่าจะรู้นี่นา” นายไทป์ตอบแบบเล่นลิ้น....ค่ะรู้ค่ะ....เพ่ยเพ่ยพยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจ แล้วก็เลื่อนเมาท์ไปในข้อ 14 ทันที


 “ข้อ 14 อันนี้ไคล์แม็กแล้วนะ คิดดีๆแล้วตอบด้วย” ย้ำกันซักนิด เพราะข้อนี้เป็นข้อชี้ชีวิตเลยว่าชายหนุ่มจะไปตกอยุ่หมวดหมู่ของชายประเภทใด....แต่อ๊ะ! นี่มันแบบสอบถามของหนุ่มๆวายนะ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นเสียเต็มร้อย เพ่ยเพ่ยแค่เอามันมาเมคข้อมูลขึ้นเพื่อแต่งนิยายเท่านั้นค่ะ....อิอิ


 “อื้อ!”ไทป์พยักหน้ารับ “ข้อสุดท้ายแล้วใช่มั้ย ไทป์จะได้เดินไปเรียกมิลซักที ไอ้เจ้านั่นอาบน้ำทีเหมือนทำสปากับเซาว์น่ารวมกัน....นานชาติ”


 “ข้อ 14 ....ฉากที่ชอบ ...ลองคิดตามละกันนะ จะแบบสมมุติว่าเป็นผู้ชายกะผู้หญิงก็ได้ ไม่ว่า....ข้อแรก ….เขากระซิบว่ารักที่ข้างหู ลมหายใจร้อนระอุ ใบหน้าหล่อเหลายกมุมปากยิ้มร้อนแรง ก่อนจะโน้มตัวทาบทับ และดันกายเข้าไป +++ คุณเป็นประเภท S4 TYPE +++ ข้อที่สอง....ในห้องสีควัน บนเตียงใหญ่มีร่างเล็กบอบบางนอนอยู่ ข้อเท้าถูกมัดแล้วล่ามไว้ เพราะถูกรัก จึงถูกขังไว้ในนี้ ไม่ให้ออกไป +++ คุณเป็นประเภท S5 TYPE +++” หันหน้ากลับออกมาจากจอคอมอีกครั้งแล้วจ้องรอคำตอบอย่างไม่กล้าเคลื่อนไหว....นายไทป์....นายไทป์....นายไทป์....เพ่ยเพ่ยไม่กล้าคิดไปไกลเลย ผะผ่าสิ!(>_<)


“เฮ้อ! ยากแฮะ” ชายหนุ่มบ่นก่อนเท้าคางกับพนักวางแขนของโซฟาแล้วใช้ความคิด


ตึกตัก....ตึกตัก....เพ่ยเพ่ยรุ่นระทึก....โอย....ตึกๆ....ตึกๆ....ตอบสิคะตอบ พ่อคนดี


“เสร็จแล้วไทป์ ปะ....ไปกัน”


เฮ้อ!! เสียงถอนหายใจยาวอย่างกับตอนเล่นไพ่แล้วเสียที ต้องโดนยึดเงินพนันอย่างั้นแหละ ....เพ่ยเพ่ยหันขวับจ้องเจ้าตัวปัญหาตัวดีที่กำลังเดินยิ้มแผล่ลงมาจากบรรได ....แหม! ใบหน้าสดใส ....ฉันนี่สิ อารมณ์สะดุดกึก ....โถ่! ให้ตาย


“อื้อ! ไปสิ” อ่าว....นายไทป์ ข้อสุดท้ายของเพ่ยเพ่ยล่ะ? ....อ๊า อย่าเพิ่งไปนะ มานี่ก่อน!! ....เด็กสาวได้แต่ส่งสายตาละโหยไห้ ไม่กล้าออกปากทวงคำตอบใดๆเพรากะจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเอาไว้ ยังไม่ให้เจ้ามิลได้รู้ ....ชวดสินะวันนี้ สุดท้ายก็ต้องรอถามอีกทีตอนหมอนั่นเผลอ ....เฮ้อ! หมดแรงใจ


“อ้อ! เกือบลืมไป” แต่รู้สึกจะยังไม่ทันไร ชายหนุ่มก็ปล่อยให้อีกคนเดินล่วงหน้าไปก่อน แล้วหันมาปรายสายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มให้ ริมฝีปากบางๆได้รูปขยับเขยื้อนออกไป เพ่ยเพ่ยจ้องมองและอ่านออกเสียงตาม


“ไทป์....เอา....ข้อ....สอง....นะ” ไม่ได้ส่งให้แต่ซิกแนลโดยการอ่านปาก แต่กลับชูนิ้วสองนิ้วประกอบด้วย ....กรี๊ด! ชัวร์ป๊าบ!! เพ่ยเพ่ยงัดท่าดีใจที่ใช้ประจำมาประกอบคำว่า “เยส!” ที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ แล้วหันไปดี๊ด๊าร่าเริงกับการคีย์คำตอบก่อนนั่งคิกคักๆอย่างไร้เสียงเพียงคนเดียวลำพัง


“นายไทป์ได้ S5 TYPE ส่วนมิลได้” ว่าพลางเปิดดูคำตอบของอีกฝ่ายที่กรอกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน อืม....S1 TYPE ....เหรอเนี่ย


“โอ้~! เจ้าคู่นี้ ได้ S ทั้งคู่....อะไรมันจะขนาดนั้น”....คิกๆ....สงสัยต้องเอาไปวางพล็อตเรื่องให้ใหม่ จเกิดอะไรขึ้นเมื่อ TYPE – S สองสไตล์ได้มาปะทะกัน....นั่นสิ....ใครละจะเสร็จใคร


“หุหุหุ ....พานิตาสุขใจ ไปอาบน้ำนอนแล้วรอเช้าวันใหม่ค่อยเอาไปนั่งเมาท์ให้ยัยแป้งกะยัยพลอยฟังดีกว่า” ว่าแล้วก็สั่งชัตดาวน์คอมพ์ก่อนเดินฮัมเพลงต่อไป วันนี้นอกจากนายรามิลที่อารมณ์สดใส อยากจะบอกว่ายังมีใครอีกคนที่รู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจไม่แพ้กันด้วย....คิกๆๆ

 

######


 ส่งเพ่ยเพ่ยเข้านอนไปแล้ว ทีนี้ก็จะตัดไปหาเรื่องราวของสองหนุ่มที่กำลังจะไปปาร์ตี้ราตรีกันแล้วนะคะ แต่ว่าคิดว่าก่อนจะไปต่อเนื้อเรื่องกัน คนอ่านคงจะรู้ใช่มั้ยว่าคำเฉลยของ S5 TYPE และ S1 TYPE คืออะไร ....หุหุ...งั้นเราลองย้อนเวลากลับไปก่อนคอมพิวเตอร์จะถูกสั่งให้ดับดีกว่าเนอะ....อิอิ


คำตอบของคนทำฟันเทสต์คนแรกในข้อมูลของสาวเพ่ยเพ่ย....OPEN กล่องคำเฉลย ....รามิลนายตัวดีของเราได้คำตอบที่เจ้าตัวพออกพอใจเป็น S1 TYPE คือ ....


S1 TYPE: Seme: Prince Type (คุณคือ Seme ชนิด Prince มาเกิด)


[โอ๊ะ โอ.....ยินดีด้วยที่ได้ Type นี้ แต่จะบอกอะไรให้ Type นี่น่ะ เจ้าชาย, ยากุซ่า, หัวหน้ามาเฟีย ล้วนถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้เหมือนกัน คุณคือพ่อหนุ่มเซเมะผู้หล่อเหลา เอาแต่ใจ อีโก้จัด พวกปากแข็งแต่รักเขาหมดใจ เรื่องบนเตียงน่ะเก่ง แต่จะให้เอาใจใคร โอ๊ย ทำไม่เป็นหรอก สไตล์ของคุณจะ หล่อๆ แมนๆ มาดดี ขี้เก๊ก เซ็กซ์จัด! ... และที่สำคัญที่สุดคือ รวยและมีอำนาจ!!! โยป....คัมปายยย.... ]


อะโห~!! ที่พ่อหนุ่มหน้าใสหัวใจปิ๊งแว๊บของเราชอบอกชอบใจนั่นก็เพราะคุณชายแกได้ S – TYPE นั่นแหละค่ะ แบบว่าเหตุผลเดียวเลยนะคะ ไม่ได้คิดอย่างอื่น ....ขอแค่ข้าเป็นเซเมะเป็นอันพอ เพราแค่นั้นก็ฟันธงได้แล้วว่าข้าแมน...ค่า....นั่นแหละค่า พอหนูมิลของเรา


ชะแว๊บ! มาที่คำตอบของคุณเจ้าชายแห่งคณะศิลปศาสตร์อย่างนายไทป์บ้าง คำเฉลยของสุดหล่อเราไปตกอยู่ที่ S5 TYPE ....อยากรู้ใช่มั้ยว่าอะไร? เอาค่ะ...ไปดูกัน


S5 TYPE: Seme: SM Type (คุณคือ Seme สุดยอด SM ตัวจริงเสียงจริง >__< )


[อืมม...ยอมรับดีกว่าถ้าคุณอยู่ใน Type นี้ คุณมันพวกซาดิสม์ อารมณ์รุนแรง ขี้หึง ขี้หวง ชอบรักแรงๆ จะให้ทำอะไรอ่อนโยนน่ะมันก็ทำเป็นอยู่หรอกนะ แต่ไม่ชอบ! ชอบแบบหนักๆ ฮาร์ดคอล์เท่านั้น (หัวเราะ) เซเมะแบบสมชายชาตรี ไม่เคยยอมใคร ไม่ชอบแพ้ใคร ไม่เคยปล่อยวาง โหดเข้าไว้ คุณเป็นคนที่มีความรักยิ่งใหญ่ และมีความใคร่ที่ยิ่งใหญ่กว่า (ฮา) ไม่ว่าคนรักของคุณจะรู้สึกยังไง คุณไม่สนหรอก อารมณ์ของคุณสิที่สำคัญกว่า ...ไม่ให้รัก ก็คนมันจะรักนี่นา...บอกแล้วไง]


อุ๊! แม่เจ้า ....ขอเอาคำติดปากของเพ่ยเพ่ยมาใช้....ไม่ไหวค่ะไม่ไหว....จิ้นไปไกล....รู้สึกว่าพวกเรากลับไปสนใจที่เรื่องราวต่อจากนี้ของทั้งสองพระหน่อตัวเอกของเรื่องดีกว่าเนอะ....(ว่าแล้วก็คุมโปงนอนยิ้มหวาน แล้วก็ได้แต่ฝัน .....แอบหน้าแดงคนเดียวซะงั้น หุหุหุ)

 

######

 รถยนต์สายพันธุ์เอเชียแต่เครื่องตัวในตกแต่งด้วยตัวถังและลูกสูบใหม่เป็นของนอกกำลังเลี้ยวเข้าจอดตรงพื้นที่ว่างที่ถูกจัดเอาไว้สำหรับลูกค้าผับระดับไฮโซชั้นดีหนึ่งในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลูกค้ากระเป๋าหนักแวะเวียนมาอุดหนุนมากที่สุดในย่านคนราตรีแห่งนี้ ไทป์ค่อยๆถอยล้อหลังเพื่อให้VIOS สีเมเทอลิคคันโปรดคู่ใจเทียบซองไว้อย่างพอดิบพอดี จากนั้นก็หันไปพยักหน้าส่งสัญญาณกับอีกฝ่ายที่นั่งอยู่เบาะข้างๆกายว่ามาถึงที่หมายแล้ว


 รามิลพยักหน้าหงึกๆรับ แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรีบเปิดประตูลุกพรวดพราดออกไปจากที่นั่ง ร่างบางกวาดสายตาไปมาจากด้านหน้าไปด้านหลังก่อนหันมาฉีกยิ้มด้วยแววตาที่เจือไปด้วยความตื่นเต้นใส่


 “ไม่ได้มานานเปลี่ยนไปเยอะเลยเนอะ” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่เออออไปด้วยก็เท่านั้น ....คำว่า ‘เนอะ’ คำสุดท้ายเนี่ย ถ้าตอบรับก็แปลว่าโกหกสินะ เพราะนี่ไม่ใช่การเพิ่งมาเที่ยวกลางคืนครั้งแรกใรอบหนึ่งหรือสองปีของเค้าเสียหน่อย ....ไทป์ได้แต่แอบรู้สึกผิด นี่ถ้าเจ้าตัวดีจับได้ซักนิดว่าครั้งล่าสุดที่รถ VIOS คันนี้เพิ่งแวะเวียนมาโฉบถึงแถบถิ่นราตรีนี่มันเพิ่งจะกินเวลาได้ไม่ทันครบ 3 วันดี ....มีหวังได้โดนสวดอีกเป็นปีจนหูชา


 ไม่ใช่คนชอบโกหกนะ แต่ ไม่จำเป็นก็ไม่อยากบอกแค่นั้นเอง....ไทป์คิดพลางแอบหลบหน้าเข้าหากระจกรถฟากตัวเองแล้วยกมือไหว้ปะหลกๆ โดยไม่ให้เจ้าตัวเห็น ....ทำใจให้เย็นๆ ....ไม่ใช่พูดความจริงไม่เป็น เพียงแต่ไทป์ไม่อยากพูดให้ฟังแค่นั้นละนะคุณหนูรามิล(^_^:)


“ไปเหอะ ลงรถกัน พวกนั้นคงรออยู่แล้ว” ว่าแล้วก็รีบกลบเกลื่อนด้วยการคว้าหมับเข้าที่มือของอีกฝ่าย....เนียนว่าเร่งรีบ และออกแรงคะยั้นคะยอ


“อื้อ”มิลพยักหน้ารับก่อนหันไปปลดตัวล็อคของสายเข็มขัดนิรภัยที่ด้านข้างตัวเอง แล้วนึกขึ้น


“....ว่าแต่พวกนั้นน่ะ นอกจากพี่เชอร์รี่ ยังมีใครอีกเหรอ?” ลืมนึกข้อนี้เสียสนิท มิลรู้สึกโหวงๆพิลึก นี่ถ้าเกิดในขบวนการงานปาร์ตี้ราตรีท่ามกลางผับของรุ่นพี่สาวสุดเอ็กซ์เซ็กซี่คนนั้นไม่ได้มีแค่คนที่เค้ารู้จักล่ะ ....มันจะดีเหรอ?


“เออ นั่นสิ ....ลืมถามเชอร์รี่ซะสนิทเลย” ไทป์ตอบก่อนก้าวขาเดินนำไป จุดมุ่งหมายคือผับที่สลัวแสงไฟอันตั้งเด่นตระหง่านและมีผู้คนมากมายเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า ....


เชอร์รี่งั้นเหรอ?....คำสรรพนามที่ใช้ไร้คำนำหน้าว่ารุ่นพี่ ....เรียกกันซะสนิทแบบนี้....ไอ้เจ้าไทป์! ....นายไม่เห็นต้องย้ำให้ชัดก็ได้ว่ายัยนั่นกับนายเป็นแฟนกัน....ฮึ่ย! หมั่นไส้....คอยดูเหอะ คนอะไร!! ....ไอ้บ้าไทป์ !!


“วันนี้นายได้เสียของๆนายอีกชิ้นให้ท่านรามิลคนนี้แน่!” ว่าแล้วก็กัดฟันเดินตามเค้าไปต้อยๆ....ขืนทิ้งช่วงห่างเดี๋ยวคลาดสายตาไปไกล แบบนั้นคงจะทำอะไรต่อไปไม่ได้ ....แค้นก็เก็บเอาไว้ส่วนแค้น เอาไว้ไปใช้เล่ห์เหลี่ยมกันตอนอยู่ต่อหน้าเป้าหมายละกัน เพราะงั้นตอนนี้....ไม่ดีๆ รีบเดินไปคว้าเอาชายเสื้อของอีกฝ่ายมาจับเร็วเข้า  ....เดี๋ยวหลงไปจะขายหน้าเค้าเอา เสียชื่อหมดนายรามิล

 

######

 เดินไปถึงหน้าผับ มีป้ายสะกัดจับด่านแรกที่ทำเอาเด็กกลางวันอย่างมิลเริ่มรู้สึกหวาดเสียว


 “ต่ำกว่า 20 ปี ห้ามเข้า ....ทำไงอ่ะไทป์” แอบกระซิบกระซาบไม่ให้ใครได้ยิน งานนี้อยากจะบอกว่าไม่ใช่แค่มิลหรอก ไทป์เองกว่าจะ 19ก็ปลายปีโน่นไม่ใช่เหรอ?


 “เดี๋ยวนะ มิลรออยู่ตรงนี้ก่อน” ว่าแล้วก็จับเจ้าตัวดีไปยืนอยู่ตรงมุมอีกด้านของทางเข้าเพื่อไม่ให้เกะกะคนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา ไทป์เดินตรงเข้าไปหาผู้ชายตัวใหญ่ที่ยืนสวมสูทสีดำทำเป็นเท่ 3 คนตรงหน้าประตูก่อนพูดอะไรไม่รู้ชี้โบ๊ชี้เบ๊มาที่เค้า มิลเริ่มเกาหัว....ไอ้ไทป์มันคงจะไปพูดอะไรให้เรื่องมันง่ายลงแน่ๆ อื้ม!พึ่งพาได้เหมือนกันแฮะ เจ้าหมอนี่ ....วาแล้วก็รู้สึกหนึ้งๆเหมือนริมฝีปากอยากจะอมยิ้ม...แต่กลั้นเอาไว้ก่อน ไม่ได้ เสียฟอร์ม


 ยืนมองต่ออีกซักพัก นาทีต่อมาไทป์กดโทรศัพท์ยิกๆ คุยกับใครไม่รู้สองสามคำ จากนั้นพวกคนชุดดำที่ทำหน้าอย่างกะเป็นพวกตัวแสดงในเม็นอินแบล็กก็พยักหน้ารับและผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญให้....เอ๋อะไร?....ไม่ต้องตรวจบัตรแล้วงั้นเหรอ?....มิลเลิกคิ้วสงสัย ในขณะที่ไทป์หันมาพยักหน้าเรียกให้เค้าเดินตรงเข้าไป


 ฟู่....ผ่านด่านมาได้หวุดหวิด เหมือนจะลุ้นนะ แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยซักนิด หน้าตาเลยเริ่มรู้สึกแห้งๆ ....หมั่นไส้ ....อยากทำอะไรก็ทำได้ ....ไอ้พวกชอบเก๊กเท่ ....ฮึ่ย!! ยิ่งมองยิ่งหมั่นไส้


 “ทั้งๆที่เมื่อก่อนอะไรๆก็เรียกหาแต่คนอื่นเค้าแท้ๆ แหม....เติบโตเป็นชายหนุ่มแล้วเนอะลูกพ่อ” พูดออกมาแก้ให้ตัวเองไม่รู้สึกหวั่นไหวไปมากกว่าเก่า มิลเดินไปแล้วเอามาวางบนหัวพลางทำท่าเกาๆลูบๆผมของอีกฝ่ายเพื่อแสดงความเอ็นดู ส่วนไทป์....ไม่ตอบโต้อะไร ได้แต่เดินนำหน้าไป พลางยิ้มอยู่ในใจคนเดียว


 ยิ่งเข้าไปด้านใน เสียงเพลงกับจังหวะเบสของเพลงแดนซ์ที่ปลุกเร้าหัวใจก็ยิ่งกระหึ่มมากขึ้น อื้ออึงจนหูชาไปหมด มิลเริ่มรู้สึกว่าความตื่นเต้นและร่าเริงของตัวเค้าค่อยๆลดลงอย่างเห็นๆ ….


 “ไทป์!” แล้วก็หมือนจะเป็นเสียงที่คุ้นเคยนั่นแหละที่แทรกเข้ามาทำให้ต้องหันกลับไปมอง


 “อ้าว! น้องมิล อุ้ย....มาด้วยเหรอจ๊ะ?” คนพูดเดินเข้ามาถามใกล้ๆ อาจจะเพราะกลัวไม่ได้ยินก็เลยเบียดมากะชิดซะจนผิวเนื้อสัมผัสกัน


 “หวัดดีครับพี่เชอร์รี่ ผมมารบกวนรึเปล่า?” มิลส่งยิ้มตาใสให้เป็นจานออร์เดิร์ฟแรกทันทีที่เจอ ....ถึงเธอจะได้ชื่อว่าคบกับเพื่อนสนิทของเค้าอยู่ แต่ขึ้นชื่อว่าแฟนของไทป์แล้ว มิลไม่คิดว่ารอยยิ้มและไมตรีที่เค้าแถมไปให้มันจะผิดแปลกตรงไหนหรอกนะ ....ก็ช่วยไม่ได้ บอกแล้วนี่นาว่าของๆนายก็เหมือนของๆเรา ใครเค้าอยากจะโลเลก็เอา จะได้รู้ว่าระหว่างยิ้มใสๆ กับใบหน้าที่มั่นใจว่าไม่แพ้ใครของรามิลคนนี้ มันจะมีอะไรให้น่าค้นหาดูบ้าง....หึหึ


 “อุ้ย! ไม่จ่ะไม่ พี่ดีใจซะอีกที่ไทป์ชวนน้องมิลมา ....”ประโยคนี้เธอพูดเสียงดัง แน่นอนว่าไทป์ก็ได้ยิน แต่ว่าหลังจากนั้นที่ไทป์หันไปคุยกับคนที่เดินเข้ามาทักอีกข้าง เสียงหวานๆแบบปนเซ็กซี่ของสาวเชอร์รี่ก็เอื้อนเอ่ยกับรามิลอีกครา


 “ไม่แน่ เราอาจจะได้รู้จัก และสนิทกันมากกว่าเก่าก็ได้ จริงมั้ย?” ริมฝีปากอิ่มที่ย้อมสีมันวาวสวยขยับไม่ห่างจากใบหูของเค้าซักเท่าไหร่ มิลยิ้มน้อยๆก่อนกระซิบตอบกลับไป


 “พี่เชอร์รี่ในคืนนี้....”ทิ้งน้ำเสียงหนักๆให้ฟังชัดขึ้น ....เค้าจงใจจะมองหยิงสาวด้วยแววตาที่ยกย่องว่าเธอดูสวย และมีเสน่ห์กว่าใคร มุมปากของรามิลยกยิ้มนิดๆ ก่อนจะก้มชิดหน้าลงไปที่ใกล้ใบหูของเธอ พลางก็ซิบบอกด้วยสายลมที่แผ่วไหวว่า....

 

“ถ้าผมมีซักสิบชั่วโมง ก็อยากจะรู้จักพี่ให้เต็มที่เหมือนกันครับ” 

 

To Be Continue….

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet