::Start ::
รักสุดใจ ....นายตัวร้าย

ตอนที่ : 10


 “โอเค แล้วเจอกันครับ อืม....อีก30นาทีไทป์จะไปหาที่หน้าคณะนะ” กรอกเสียงสนทนาประโยคสุดท้ายผ่านโทรศัพท์ในมือไปแล้วจึงค่อยหันมาใส่ใจกับกิจกรรมภาคบังคับตรงหน้า


กีตาร์โปร่งคู่ใจ ถูกยกขึ้นประดับไว้บนหน้าตัก ไทป์ค่อยๆกรีดนิ้วลากผ่านสายไปทีละเส้น นึกคิดทบทวนท่อนที่ค้างเอาไว้ก่อนค่อยๆตีคอร์ดให้ตรงกับโน้ตทำนองของเพลง การแสดงในคืนวันเฟรชชี่ไนท์ที่จะต้องมากการตัดสินประกวดดาว-เดือนของมหาวิทยาลัย  ไทป์เลือกที่จะเล่นกีตาร์โปร่งเครื่องดนตรีที่ถนัดควบคู่ไปกับการร้องเพลงที่พวกรุ่นพี่เลือกให้


I to You, You to Me ....เพลงประกอบหนังเกาหลีเรื่อง The Classic ….ทำไมต้องเป็นเพลงนี้ด้วยเนี่ย? ....คนนั่งแกะคอร์ดตามจังหวะผ่านเครื่องเล่น iPOD ที่โยงสายเข้ากับหูทั้งสองข้างส่ายหน้าไปมาอย่างเซ็งๆ นี่ถ้าให้เค้าเป็นคนเลือกเพลงซะเองคงไทป์คิดว่าเค้าคงจะเลือกพวกเพลงของBLUE หรือ R&B สไตล์ Omarion ที่ตัวเองชอบฟังมาเล่นโชว์ยังจะถนัดและรู้มือตัวเองดีเสียกว่า แต่ก็นั่นไร ....นักศึกษาตาดำๆอย่างเค้าจะทำอะไรได้ นอกจากอยู่ใต้อาณัติพวกพี่ปี 2 ปี 3 และทำตามราชโองการต่อไป


ไหนจะต้องท่องจำเนื้อ ไหนจะต้องดีดตีคอร์ดตามไป ถ้าขืนเล่นไม่ไหวเกิดล่มเข้าให้กลางเวทีมีหวังสิ้นชื่อ ดังนั้นเมื่อรับปากมาแล้ว....ก็นั่นแหละครับ....ทำทุกอย่างให้ออกมาเพอร์เฟ็คที่สุด นี่แหละมั้งทางเลือกเดียวที่เค้ามี


“ไทป์ เพลงนี้อ่ะ ไม่ต้องเล่นจบก็ได้นะ อย่าไปเชื่ออินังโก้มันมาก ถ้าเกิดเราอยากเต้น อยากทำอะไรก็ผสมผสานเข้าไปตามใจเราก็ได้” พี่เอิงที่ทำหน้าที่ดูแลเอาใจใส่ทั้งดาวและเดือนคนใหม่ของคณะออกปากพลางยื่นแก้วโค้กให้ ไทป์ทำเพียงแค่เงยขึ้นไปยิ้มและรับแก้วเอามาวางไว้ข้างก่อนก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ต่อไป


“ได้ยินพี่รึเปล่าเนี่ย?” ดูท่าพี่เอิงคิดว่าตัวเองพูดเบาจนเกินไป เสียงเลยไม่น่าจะเล็ดลอดพอให้คนใส่หูฟังได้ยินละมั้งเลยย้ำประโยคเดิมๆอีกรอบ


“โถ่....พี่เอิง” ชายหนุ่มรุ่นน้องปลดหูฟังลงข้างหนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นตอบ “พี่จะให้ผมทำอะไรอีกล่ะครับ เค้าให้แค่ 5 นาทีนะ ร้องเพลง เล่นกีตาร์ก็จบแล้ว” ไทป์อธิบาย แต่ดูเหมือนความหมายของประโยคที่หยิงสาวพูดจะไม่ใช่แค่นั้น....นั่น....นั่นไง ไทป์มองตาแล้วเหมือนรู้ใจ พี่เอิงยิ้มเจื่อนๆให้ แสดงว่ายังมีความนัยแอบแฝง


“ง่ายๆดีกว่าครับ แบบนี้มัน....ไม่ค่อยเข้าใจ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงตั้งคำถาม แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแห้งก่อนที่ใบหน้าสวยของอีกฝ่ายจะออกแนวเขินอาย ประมาณว่าเริ่มทำอะไรไม่ถูก


“อ่า....แบบว่าพี่....แห่ะแห่ะ ก็พี่....แบบว่า?”


“คือ พี่เอิงอยากให้ผมทำอะไรนอกจากเล่นกีตาร์ กับ ร้องเพลง....แบบนั้นใช่รึเปล่า? บอกมาเถอะครับพี่”


“ได้เหรอ?”


“ลองบอกมาก่อนแล้วกันครับ”


“คือ...พี่กับพวกเพื่อนๆ ...” อ้ำๆอึ้งๆพอเป็นกระษัยให้คนฟังได้ลุ้นไปกลั้นหายใจไปรอคำตอบ ไทป์เริ่มเอาศอกขวาเท้าบนกีตาร์ แลวเอามือปิดปากใช้ความคิด ....อย่าบอกนะว่า....


“พวกพี่อยากให้ไทป์เต้นอ่ะจ่ะ”


นั่นประไร! เอาแบบ ‘ดงบังชินกิ’ รึ ‘Rain’ กับ ‘SE7EN’ เลยมั้ยครับ ? คนฟังถอนหายใจแล้วก้มหน้าครุ่นคิด ....ทำไมเราทายแม่นอย่างงี้วะเนี่ย? เมื่องวดที่แล้วตอนแอบซื้อล็อตเตอร์รี่ที่เดินเข้ามาขายตรงโรงอาหารด้านหลังมหาลัยทีอย่างงั้นทำไมมันไม่ถูกว๊า?....ให้ตาย


“ได้ป่ะ?” คนถามยื่นหน้าส่งเสียงใส ทำนองคำพูดที่พูดออกไปก็ประมาณเสียงโฟร์-มด ในเพลง ‘เด็กมีปัญหา’ นั่นแหละ ....ไทป์เงยหน้ามองเพดาน เหมือนจะคิดหนักซัก 10 วิ แล้วค่อยก้มลงมามองตรงหน้า สบตาพี่เอิงแล้วเอ่ยคำตอบสร้างความหวัง


“คิดดูก่อนได้มั้ยฮะ?” 


“อุ้ย! ได้ ด้ายๆๆๆ ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ”


“งั้นแลกกัน วันนี้ผมขอเลิกเร็ว พี่เอิงบอกพี่โก้ให้ผมด้วย แล้วเรื่องที่พี่อยากให้ผมเต้น เดี๋ยวผมขอกลับไปบ้านคิดดูก่อนได้มั้ยครับ?”


“โอเช....ได๋เลยๆ ย.ห. อย่าห่วง” รีบรับปากทันที ก่อนที่พ่อคนดีสุดหล่อของคณะจะเปลี่ยนใจ


ว่าแล้วไทป์ก็เลยใช้ข้อต่อรองนั้นให้เป็นประโยชน์ ตบปากรับคำจบก็จัดแจงเอากีตาร์โปร่งไฟฟ้าตัวเก่งใส่ถุงหนังแล้วฝากเอาไว้ที่ห้องกิจกรรม วันนี้คนคุมจอมโหดอย่างพี่โก้ยังไม่เข้ามาดูผลงานการซ้อมดังนั้น ถ้าจะชิ่งก็ต้องรีบชิ่งเสียมันตั้งแต่ตอนนี้แหละเป็นดีที่สุดแล้ว


“ไทป์” แต่ยังไม่ทันไร ก้าวขาออกมาจากห้องกิจกรรมของคณะได้ไม่ทันถึงสิบก้าว เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังก็ทำให้ต้องหยุดชะงัก ....ไทป์ยืนนิ่งเหมือนคิดอะไร ....เค้ารู้ว่าเสียงนี้ไม่ใช่ใคร นอกจากเสียงของ


“พี่เชอร์รี่”


“จะกลับแล้วเหรอจ๊ะ?”


คนถูกถามพยักหน้าน้อยๆ ใบหน้ายังมีรอยยิ้มให้เห็นจางๆ


“ไปส่งเชอร์รี่ที่บ้านได้มั้ย?”


ไทป์ได้แต่นิ่งคิดในใจ จริงอยู่ว่าวันนั้นเค้าบอกรามิลไปว่าตัวเอง ‘เลิกกับพี่เชอร์รี่’ แล้ว แต่พูดถึงอ่ะนะ ถ้าจะเอาตามรูปการณ์และสถานะภาพในโลกของความจริงแล้วละก็ แบนี้ มัน....น่าจะบอกว่า ‘กำลังจะ’ เลิกกับพี่เชอร์รี่ ....แบบนั้นต่างหาก


“ไม่ได้อ่ะครับ วันนี้ไทป์มีนัดแล้ว” ชายหนุ่มยังคงชั่งใจ จะบอกเลิกไปเลยหรือว่าอ่อยเอาไว้เผื่อใช้งานดีละเนี่ย? ทางด้านมิล ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะเอายังไง ยิ่งเพ่ยเพ่ยโทรมาสั่งไว้ว่าเย็นนี้มีเรื่องจะคุยด้วย ยิ่งต้องคิดให้มากกว่าที่เคย ไทป์ชัดเริ่มรวนกับการตัดสินใจของตน แต่จนแล้วจนรอด ทางเลือกที่เค้าคิดว่าน่าจะดีที่สุดก็คือ


 “ไว้คืนนี้ไทป์โทรไปราตรีสวัสดิ์ก่อนนอน ดีกว่ามั้ยครับ?”


ทีแรกก็อยากจะงอนใส่ แต่พอได้ยินน้ำเสียงปนออดอ้อนโดนใจ ของคนที่กำลังยื่นหน้ามากระซิบให้ข้างๆหูนั้น ทำเอาสติสตางค์ของเชอร์รี่ชักเริ่มไม่อยากจะคิดอะไรซะแล้วสิ สุดท้ายก็เลยได้แต่พยักหน้ารับ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังแอบค้อนเล็กๆให้เป็นจริตพองามอยู่บ้างล่ะ


“อย่างอนนะครับ เดี๋ยวไม่สวยไม่รู้ด้วยนะ” ทิ้งท้ายด้วยประโยคนิ่มก่อนจะก้มสูดกลิ่นหอมๆใกล้ๆจากนวลแก้มเนียนๆนั้นอย่างทันใจ ปลายจมูกโด่งเป็นสันสวยนั้นเลียดเคลียร์เข้าที่ผิวเนื้อ แผ่วเบา แล้วยื่นปลายนิ้วมือขวาไปลูบไล้เส่นผมเล่น


“ไทป์ไปแล้ว เดี๋ยวเพื่อนรอนาน” ฉีกยิ้มตาหยีให้ ก่อนวิ่งจากไป ....


โอ๊ย! อย่างงี้ใครล่ะจะโกรธลง


######

 

หลังจากแวะรับเพ่ยเพ่ยที่ม้าหินหน้าคณะ ก่อนที่จะเริ่มต้นพูดอะไร ไทป์ก็ขอให้เพ่ยเพ่ยแวะไปซื้อของตามที่ผู้เป็นพ่อโทรมาสั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อตอนเที่ยงเป็นเพื่อนเสียก่อน เพ่ยเพ่ยรับปากไป วันนี้ไม่มีอะไรให้ต้องรีบร้อนกลับบ้านเพราะข้อหนึ่งไม่มีละครที่อยากดู ข้อสองไม่มีรายงานที่ต้องทำ และข้อสาม กลับไปก็ต้องนั่งกินข้าวเย็นคนเดียว เพราะเมื่อห้านาทีก่อนหน้านี้ มีข้อความส่งเข้ามาว่า


// วันนี้มิลไปเดินเล่นเซ็นทรัลเวิล์ดนะ ไม่กินข้าวเย็น แล้วก็รับรองไม่เกิน 2 ทุ่ม //


“ขืนช้าไป ฉันว่านายเสียเจ้ามิลไปแน่ นายไทป์”


“หืม? อะไร?”


“ก็ดูนี่ไง เมสเสสจากใครอ่านเอาเองสิ” ไทป์รับมือถือไปกดเลื่อนข้อความกลับขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าหาที่จอดภายในด้านหลังห้างสรรพสินค้าใหญ่


“มิล ....มาที่นี่เหรอ?”


“ช่าย!!” เพ่ยเพ่ยตอบลากเสียง


“กับใคร? แป้ง....พลอย หรือพวกไอ้วี กับไอ้กอล์ฟ?” ไล่รายชื่อบรรดาคนสนิทที่น่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่เพื่อนเดินเที่ยวหลังเลิกเรียนของเจ้าหมอนั่น แล้วค่อยหันไปมองหน้า หาคำตอบจากอีกฝ่าย


“ป่าว” เพ่ยเพ่ยจ้องกลับตาแป๋ว แล้วแกล้งอมลมแก้มตุ่ยทำเล่นลิ้น


“แล้วคราย??” ไทป์เองก็ชักไม่ไหว ลากเสียงยาวกลับไป เริ่มจะหัวเสีย


“รู้จักพี่ยูป่ะ?”


“ห๋า??”


“พี่ยูที่สูงๆ ขาวๆ หล่อๆ ที่เป็นดาราอ่ะ รุ่นพี่คณะเดียวกับไทป์ไง” อธิบายเสร็จสรรพจนถึงบางอ้อ แล้วก็นั่นแหละที่ใบหน้าอันหล่อเหลาที่มักจะประดับไปด้วยรอยยิ้มถึงได้เปลี่ยนไปเป็นเรียบเฉย


“ไปรู้จักสนิทสนมอะไรกับเค้าขนาดนั้นเลยเชียว ไอ้เจ้านั่นน่ะ” พูดถึงรามิลกึ่งๆแกมประชด เพ่ยเพ่ยได้แต่ยักไหล่


“เพ่ยเพ่ยจะไปรู้อะไร ก็วันนั้นที่ไทป์ทิ้งมิลเอาไว้ในผับ พี่ยูไม่ใช่เหรอที่เข้ามาเทคแคร์มิล แล้วยังจะมีหน้ามาบ่นอะไรอีกห๊ะ พอพระเอก พ่อตัวดี” สองคำหลังนี้ แน่นอนว่าเพ่ยเพ่ยก็ประชดกลับเช่นกัน


“เพ่ย....” เปลี่ยนมาเรียกชื่ออย่างอ่อนใจ กลับมาเป็นนายไทป์ที่อ่อนโยน และเป็นสุภาพบุรุษคนเดิมอีกครั้ง


“เพ่ยเพ่ยไม่ห่วงมิลบ้างเหรอ?” ถามย้ำเพื่อชักจูงให้อีกฝ่ายเข้าพวก


“ห่วงทำไม อยู่กับไทป์มิลยังน่าห่วงกว่าอีก ก็พี่ยูเค้าออกจะใจดี เจเทิ่ลแมน แล้วก็เทคแคร์ดูแลมิลของเพ่ยเพ่ยดีออกขนาดนั้น” ....ได้ทีก็ยิ่งยั่ว หลังๆมานี้เพ่ยเพ่ยชักสนุกที่เห็นสีหน้าของนายไทป์เดี๋ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างกับพวกปลาในการ์ตูน


“กับไทป์น่ะ ไทป์ไม่ทำอะไรมิลหรอก แล้วถึงทำ ....ก็รับผิดชอบน่า” โอ้....อีตานี่ก็ช่างกล้า มียืดอกรับแมนๆอีกนะว่า ข้าเนี่ย กล้าทำกล้ารับนะเฟ้ย ....เพ่ยเพ่ยนึกขำ


“แล้วพี่ยูเค้าจะไม่รับหรือไง? มิลออกจะน่ารักขนาดนั้น ใครไม่สนใจก็บ้าแล้ว” อันนี้พูดจากใจจริง เพราะตลอดมา ถึงแม้ว่าทั้งเธอและรามิลจะได้ชื่อว่าเป็น ‘คู่หมั้นคู่หมาย’กันตั้งแต่เด็ก แต่เพราะข้างกายไม่ว่าที่ไหน เพ่ยเพยก็มักจะตามรามิลไปทุกท เลยทำให้ได้รู้ว่าตลอดช่วงเวลาหลายมีมานี้ มีสายตาที่จ้องมองกลับมาและอยากจะสานไมตรีกับเด็กหนุ่มมากเพียงใด ....ทว่า ....ไม่มีใครเข้าถึง เพราะเธอ หรือไม่ก็นายไทป์นี่แหละที่คอยแอบขัดขวางอยู่รอบๆโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้รู้อะไร


“อืม....” ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ รถเข้าจอดเทียบซองที่เว้นว่างจนสนิทแล้ว ไทป์ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วหันมายิ้มเย็นใส่หญิงสาว


“แล้วตกลงเพ่ยเพ่ยจะช่วยไทป์หรือช่วยไอ้พี่ยูนั่น ....เลือกเอา” นึกเอานะคะ ....ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม แต่แววตานิ่งสนิท เป็นรอยยิ้มที่เย็นชา และบาดตาบาดใจอิฉันมาก ....เพ่ยเพ่ยหัวเราะชอบใจ


“แหม! จะโหดไปไหนคะพ่อรูปหล่อ ยังไงเนี่ย เรื่องนี้เพ่ยเพ่ยก็เขียนให้ไทป์เป็นพระเอกอยู่แล้วละน่า เพราะงั้นก็ต้องอยู่ข้างไทป์สิจริงมั้ย?” คนตอบอมยิ้มแก้มป่องแล้วจ้องอีกฝ่ายตาใส ทำเอานายไทป์อดที่จะฉีกยิ้มกลับให้ไม่ไหว


ชายหนุ่มยื่นมือข้างขวามาหยิกเบาๆทีเนื้อแก้มเนียนใสแล้วเอ่ยปากชวนให้หญิงสาวตามจากรถไป ....ซื้อของเสร็จ จะเลี้ยงไอศกรีม


######


“อื้ม! เป็นความสัมพันธ์ที่ดูซับซ้อนดีเนอะ รอบๆตัวน้องมิลเนี่ย” หลังจากที่ได้ฟังอีกฝ่ายเล่าถึงเรื่องที่บ้าน และเพื่อนๆรอบตัวในมหาวิทยาลัยให้ฟังไปบ้าง ยูก็พอจะเข้าใจแล้วกับคำพูดที่หญิงสาวเมื่อตอนกลางวันบอกใบ้มา กับเพ่ยเพ่ยสาวสวยหน้าหมวยตัวเล็กๆคนนั้นที่เติบโตและถูกเลี้ยงดูอยู่ด้วยกันกับรามิลตลอด คนที่เด็กหนุ่มบอกว่าเป็นเหมือนคนในครอบครัวและพี่สาวแท้ๆคนนั้น คงไม่น่าแปลกอะไรที่จะอ่านใจของคนที่เข้ามาใกล้รามิลได้


แล้วไหนจะนายคนที่ชื่อไทป์ น้องเดือนคณะที่คาดว่าจะได้ตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยปีนี้อีกล่ะ? หมอนั่นเองก็ดูท่าจะแอบร้ายไม่หยอก วันแรกที่เจอกัน เวลาที่เค้าถามถึงเรื่องของน้องมิลกับเพื่อนๆเมื่อตอนที่ไปห้องกิจกรรม ยูรู้สึกได้ถึงสายตาวูบหนึ่งที่จ้องกลับมาอย่างไม่สู้จะเป็นมิตรนัก แต่นั่น บางทีเค้าอาจจะคิดไปเองก็ได้ เพราะสำหรับยูแล้ว นายไทป์ ถ้าไม่นับเอาความประทับใจในวันแรกพบที่เป็นศูนย์ กับไอ้ท่าทางเอาเรื่องเมื่อวันที่เจอกันพร้อมกับรามิลที่ผับ ....ทุกครั้งเด็กนั่นก็ทำตัวสงบเสงี่ยม และเป็นรุ่นน้องที่เคารพรุ่นพี่และน่าเอ็นดูพอสมควร


“จะว่าไป ไอ้ไทป์ ....เอ่อ....คณะทัต เดือนคณะของพี่ยู ไอ้หมอนั่นก็เพื่อนสนิทผม” มิลเล่าเรื่องของตัวเองต่อ ขณะที่กำลังนั่งเขี่ยฟองนมคาปูชิโน่ซึ่งถูกเขียนไว้เป็นลายใบไม้ออกเพื่อไล่ความร้อน


“อื้อ! ไทป์ พี่ก็รู้จัก เคยคุยกัน เดี๋ยวอีก 2 -3 วันก่อนประกวดจริง พี่ก็ต้องไปดูให้” ยูตอบ ในขณะที่คนฟังเบิกตากว้างแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องตาใส


“จริงดิ!” เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จากนั้นก็ปรับเสียงเสียใหม่  เป็นน้ำเสียงฟังดูหวานละไม ....น้ำเสียงของเด็กขี้อ้อน “ว่าแต่ว่า ....พี่ยูครับ”


“อะไร? จะอ้อนอะไรเสียงอย่างงี้?” ยูตอบก่อนยิ้มเจื่อน แล้วเสมองไปรอบๆ ตอนนี้หน้าของเค้าคงจะบอกอารมณ์ไม่ถูกอยู่สินะ แต่ว่าในใจน่ะมันแอบรู้สึกไหวๆชอบกล ....แววตาใสๆของ เด็กคนนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ ....ทำให้....ใจรู้สึกหวิวๆ


“พี่ยูรู้ช่ายม๊า ~~! ว่าเดือนคณะพี่ยูจะแสดงอะไร?” รามิลแกว่งช้อนเหล็กเล็กๆในมือกระทบขอบแก้วด้วยความเคยชิน ไม่ก้มลมมอง เพราะมัวแต่จ้องจะเอาคำตอบจากฝ่ายนั้นให้ได้ ....มาไม้นี้แล้ว คนที่ดูท่าทางใจดี แล้วก็เอ็นดูรุ่นน้องอย่างพี่ยู มิลบอกตัวเองว่าเค้ารู้ ว่าต้องอ้อนแบบไหน ถึงจะได้


“นะ....นะครับ ....พี่ยูบอกผมเหอะนะ” ว่าพลางยื่นมือข้างที่ว่างอยู่ไปเขย่าแขนอีกฝ่ายยกใหญ่  ยูหัวเราะชอบใจ ขำกับท่าทางใส่ใจใคร่จะรู้ของคนตรงหน้า


“นี่กี่ขวบแล้วเนี่ย ทำท่าอย่างกับเด็กอยากได้ของ”


“ก็เด็กอ่ะ เพิ่งจบม.ปลายนะครับ เพิ่งเฟรชชี่ซะด้วย แล้วก็ยังเพิ่งจะ 18” พอพูดถึงอายุตัวเองก็นึกขึ้นได้


“ช่าย ....พี่ยูยังไม่ได้ให้ของขวัญท่านรามิลคนนี้เลย เอามาซะดีๆ” แหนะ! มีทวง ....นาทีนี้ จะหาว่าหน้าด้านก็ช่าง มีรึรามิลจะสน ขอให้ได้บรรลุเป้าหมายเป็นพอ งานนี้จะได้มีชัยเป็นต่อกับไอ้เจ้าบ้าไทป์นั่น

 

“อ้าว! วันเกิดน้องมิลเหรอ? วันไหน? ผ่านมานานรึยัง? ....เกินเดือนพี่ถือว่าโมฆะนะครับ” โหย....มีดักทางเอาไว้ด้วย รามิลได้แต่รู้สึกโล่งใจ โชคดีที่วันเกิดเค้าไม่ใช่เมื่อ 30วันที่ผ่านมา


“ก็เมื่อสอง สามวันก่อนน่ะครับ” เกือบหลุดต่อไปอีกว่า ....ก็วันที่โดนไอ้ไทป์มันจูบเอาน่ะ....ห๊ะ! เรื่องอย่างงี้ เล่าได้ซะที่ไหน


“วันอาทิตย์? หรือวันเสาร์??”


“อาทิตย์ครับ เห๋....ผมก็ส่งเมสเสสไปหาพี่ยูหนิ น่านทำลืม....เนียนเลยนะ ”


“แหม่! เกือบเนียนได้สำเร็จ” ยูหัวเราะแก้เก้อก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหนังใบเล็กและหยิบซองกำมะหยี่ที่ห้อหุ้มกล่องทรงสี่เปลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กขึ้นมายื่นให้


“เอานี่! พี่ให้เรา สุขสันต์วันเกิดครับ”


“โห?” มิลชะงักไปนิดหนึ่งก่อนมองสบตาอีกฝ่ายแล้วถาม “นี่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน พี่ยูสปอร์ตกับรุ่นน้องขนาดนี้เลยเหรอครับ?”  


“แปลกเหรอ?” เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึก ทำเอาอีกฝ่ายต้องรีบเฉไฉ เลื่อนกล่องขอขวัญไปแล้วจับมือคนตรงหน้ามาบังคับให้รับไว้ทันที


“แหวนหมั้นรึเปล่าเนี่ย?” เด็กหนุ่มกระเซ้าแหย่ แต่เหมือนจะจี้โดนใจ ....ยูแสร้งหัวเราะเสียงดังใส่ กลบเกลื่อนการกระทำ


 “เสียใจนะ มันเป็นสร้อยคอ ไม่ใช่แหวนหมั้น ....ไว้ปีหน้าแล้วกัน ถ้ายังไม่มีสาวไหนเอา เดี๋ยวพี่จะซื้อให้เอง แหวนน่ะ” บทสนทนาแบบหมาหยอกไก่ รามิลชอบใจ คุยเล่นกับพี่ยูแล้วสนุกดี ....เด็กหนุ่มหัวเราะคิก


“พี่ยูนี่ใจดีเนอะ ดีจัง อยากเป็นน้องพี่ยูบ้าง ท่าทางคงจะดี” มิลว่าพลางส่งยิ้ม ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปากแล้วค่อยแลบลิ้นเลียปรายฟองรอบๆ


“อื้ม....ดี” ยูตอบเพียงแค่นั้น ในตาคู่รี จ้องมองไปที่ริมฝีปากนุ่มชวนฝัน


“หืม?....” รามิลเลิกคิ้วใส่ “อะไรดีเหรอครับ?”


“อ้อ! จะบอกว่า” ยูหยุดกลืนน้ำลายลงคอก่อนเรียบเรียงคำพูดใหม่ เมือ่ครู่ใจเค้าหายไปไหน เกือบตามกลับมาไม่ทัน


“ว่า?” เด็กหนุ่มตั้งใจรอฟัง แน่นอนว่ามุกนี้พี่ยูคงจะยิงเข้าอย่างจัง ดังนั้นต้องตั้งหลักรอตอบโต้


“ก็จะบอกว่า” น้ำเสียงนุ่มเรียบรื่นหู “ชอบพี่ได้นะครับ แต่อย่ารัก”


“อุก!” ใบหน้าใสเบ้ปากใส่ มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบปิดใบหน้าเอาไว้


“จะอ้วกอ่ะพี่ยู ....โอย....รับไม่ได้” เสียงหัวเราะเฮฮาของคู่สนทนากำลังดำเนินไป โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้ใส่ใจเลยว่ามีใครอีกสองคนที่ยืนอยู่ริมโต๊ะตัวถัดไปด้านข้าง


“แค่ก! แค่ก! แค่ก!” เสียงเค่นไออย่างตั้งใจทำให้ชะงัก เด็กหนุ่มหมุนตัวกลับหันไปมองที่ต้นเสียงแล้วร้องทัก


“อ้าว! เพ่ยเพย” มองข้ามคนตรงหน้าไปหาหญิงสาวที่ถูกบังอยู่ด้านหลัง เพ่ยเพ่ยส่งยิ้มตอบและยกมือโบกให้ รามิลยิ้มตาใสก่อนหันกลับมาค้อนใส่ไอ้คนขี้โรคที่ยังยืนไอโขลกใส่อยู่ตรงหน้า


“ไอ้ไทป์ ....ถ้าเป็นวัณโรคก็ไปโรงพยาบาล  อย่ามายืนไอแถวนี้ ....รำคาญ!” น้ำเสียงต่างกันลิบ แต่ก็ไม่ได้สะกิดโดนต่อมอะไร นายไทป์ยังคงตีหน้าซื่อหน้าใสฉีกยิ้มให้และหันไปทักทาย


“พูดมากน่ามิล” ดึงเก้าอี้ออกให้เพ่ยเพ่ยนั่งแทรกที่ฝั่งซ้าย และค่อยเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองมาแทรกที่ฝั่งขวา นั่งขั้นทางระหว่างคนสองคน ปิดกั้นจนหมดมุมที่อีกฝ่ายจะถือวิสาสะอี๋อ๋อใดๆใส่คนตรงหน้า ....ชายหนุ่มส่งยิ้มแล้วหันหารุ่นพี่ที่นั่งอยู่ก่อนอย่างคนมาใหม่ รู้มารยาท


“ไม่คิดว่าจะเจอพี่ยูที่นี่ ยังไงพวกผมก็ต้องกลับพร้อมกันอยู่แล้ว เพราะงั้นฆ่าเวลา ขอผมกับเพ่ยเพ่ยนั่งด้วยคนนะครับ”  

 


To Be Continue….

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กร๊ากกก หมาป่าห่มหนังแกะ เห็นด้วย 100% อ่ะค่ะ ><~~

สุดยอดเลยคณะทัต เล่นกีตาร์ก็เป็น ลอตเตอรี่ก็ซื้อมาแล้ว มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้างเนี่ยห๊า??

คุณดิทต่อเร็วมากอ่ะค๊า ><~~ ขอบคุณค่า ดีใจสุดๆ

#1 By Aijou~ on 2007-09-28 08:34

แวะมาทักทายตามคำเชิญชวนของดิทธีจ้า ^O^....แก้ม

#2 By nolirin (61.7.166.87 /192.168.50.167) on 2007-09-29 20:33