NOVEL : รักสุดใจ ....นายตัวร้าย [ตอนที่ : 9]
posted on 27 Sep 2007 03:10 by dittri
::Start ::
รักสุดใจ ....นายตัวร้าย
ตอนที่ : 9
“เพ่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!” ตึง ตึง ตึง ....เสียงส้นเท้าวิ่งกระแทกลงพื้นไม้ปาร์เก้ดังใกล้เข้ามาพร้อมๆกับที่สาวน้อยในชุดนอนสีชพูหวานเงี่ยหูได้ยินใครบางคนร้องเรียกชื่อของตนออกมาอย่างโหยหวน
“เพ่ยเพ่ย! เพ่ยเพย่! ได้ยินป่าว....เปิดประตูหน่อยดิ๊” คนที่เพิ่งวิ่งตึงตังมาถึงหน้าห้องนอนของคนอื่นไม่ทันไรก็เอะอะโวยวายใส่พลางรัวกระหน่ำเคาะประตูดังลั่น
“เดี๋ยวได้มั้ย?” หยิงสาวตะโกนกลับไปก่อนกระโดดลงจากเตียง
“เพ่ยเพ่ย!” แน่ะ....ยังไม่เลิกเรียก ....ไอ้เจ้านี่ นี่มันยังไง? คิดพลางเอื้อมมือไปเปิดประตู
“เพ่ย ช่วยมิลด้วย” คนยืนอยู่ก่อนนี้สีหน้าดูไม่สู้ดีเท่าไรนัก รามิลร้องเรียกชื่อของคู่หมั้นตามบัญชาของบิดามารดาก่อนโผเข้ากอดแน่น แขนขาและบ่าของเด็กหนุ่มสั่นเทาน้อยๆ ไม่ใช่เพราหวาดกลัวแต่ไอ้ความรู้สึกและการกระทำที่เพิ่งพบเจอมาเมื่อครู่มันเล่นเอาขนแขนแข่งกันสแตนด์อัพต่างหาก
“มิล....เป็นอะไร?”
“ไอ้ไทป์ ....ไอ้ไทป์” ตอบอย่างตะกุกตะกัก ปากคอสั่น
“ไม? โดนนายไทป์มันปล้ำเอา ฉลองวันเกิดงั้นเหรอ?”
“ไม่ ....ว้อย! ไม่ใช่เล่นๆนะเพ่ยเพ่ย” คนที่ซุกหน้าเอาไว้เหนือไหล่บางๆของหญิงสาวยังคงก้มหน้างุด แล้วกระชับวงแขนแน่น
“โอ๋ๆๆ....ใจเย็น ไปๆๆ....เข้าไปคุยในห้อง เดี๋ยวพี่ไข่ กะพี่ปรางมาได้ยินเอา มีหวังกริ๊งกร๊างต่อสายตรงถึงอเมริกาโน่น” พูดปลอบให้ก่อนอธิบายยืดยาว....มิลเออออ หันซ้ายหันขวาดูก่อนว่ารอบตัวไม่มีใคร พี่เลี้ยงสองคนที่อยู่ในบ้านน่าจะเข้านอนในห้องแล้ว ....โอเค ....โล่ง ....จากนั้นเด็กโข่งก็ถูกอาหมวยสาวลากตัวแทรกผ่านช่องกว้างของบานประตูเข้ามาภายในห้องอย่างว่าง่าย
“นั่ง” เพ่ยเพ่ยออกคำสั่ง เธอกดบ่าของเด็กหนุ่มลงบนเตียงนุ่มเต็มแรง
“ครับ....นั่ง” รามิลพยักหน้ารับหงึกๆ ....ความเอ๋อกำลังจะเข้ามาแทนที่
“แล้วยังไง?” แต่ทันทีที่ประโยคคำถามดังขึ้น ....ความโกลาหลก็เริ่มกลับมา
“อ๊า!!!!” จู่ๆเจ้าบ้าที่นั่งหน้าเจื่อนก็ร้องเสียงหลงขึ้นมาอีกที ....เหมือนกับเพิ่งนึกขึ้นได้ ....อะไรกันเนี่ย ไอ้หมอนี่?
“อะไร๊?” เพ่ยเพ่ยแทบกรี๊ดใส่
“นี่แกเป็นอะไรกันแน่ยะพ่อตัวดี ขอแบบให้รู้เรื่องซักทีได้มั้ย? เพ่ยเพ่ยงงแล้วนะเนี่ย” ....คนตวาดกลับแทบจะทึ้งหัวตัวเองใส่
“ก็ไอ้ไทป์อ่ะเพ่ย ไอ้ไทป์.....ไอ้ไทป์มันจูบมิล” ละล่ำละลักอยู่นานกว่าจะได้รู้เรื่อง ....หญิงสาวผ่อนลมหายใจ ....เฮ้อ! นึกว่าอะไร ที่แท้อีตาเสือไทป์นั่นก็เริ่มวาดลวดลายแล้วนี่เอง
“แค่จูบเองเหรอ?”
“ห๊ะ?” รามิลหันควับกลับไปจ้องตาโต ในขณะที่เพ่ยเพ่ยทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ....ท่าทางดูหล่อนจะแอบผิดหวัง
“แล้วไร รสชาดดีมั้ย?” ....ดู๊ ดูคำถาม ....คนตาค้าง ยกมือขึ้นปิดปากอย่างยากจะคาดเดาได้ ....ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร? หล่อนกำลังจะทำอะไร? ไม๊....เอาเพ่ยเพ่ยของเค้าคืนมา! (>_<)
“แล้วมันก็หอมแก้มมิลด้วย” ....น่าน ....ปาก ....ไม่รู้จะพูดอะไร ก็เลยอุตส่าห์เล่าออกไปให้ครบถ้วนกระบวนความซะอย่างงั้น
คิก คิก คัก คัก ....เพ่ยเพ่ยเอาแต่หัวเราะใส่
ส่วนใบหน้าใสๆของมิลก็ได้แต่แดงซ่าน คนนั่งเก้อไม่รู้จะทำอะไร พูดไปก็ดัแต่เข้าตัว เพราะงั้น....ก้มหน้าก้มตามองระบายผ้าที่ขอบเตียงไปพลางๆดีกว่า
“อีตาบ้านั่น รุกทีไม่ให้หายใจหายคอเลยเนอะ” เพ่ยเพ่ยว่า....รามิลพยักหน้าหงึก ....ถูกต้อง ....เค้าเห็นด้วย
“ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแกล้งทำเป็นเซ่อ ทำเป็นเอ๋อให้น้องมิลหวง ห่วง เป็นบ้าเป็นหลังแท้ๆ” ....ช่าย ....พูดอีกก็ถูกอีก ....ไอ้หมอนั่น ....แต่ อ๊ะ!
“เพ่ยเพ่ยรู้??”
“รู้อะไรคะ?”
“ก็รู้ว่าไอ้ไทป์มันจะทำอะไร”
“เปล่า” เธอออกตัวปฏิเสธ ก่อนแผ่หราลงนอนมองฝ้าเพดานลายดอกไม้แล้วฉีกยิ้ม
“แค่เพ่ยเพ่ยรู้ว่าก่อนหน้านี้มิลไปทำอะไรไว้แค่นั้นเอง”
######
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!
เรื่องเมื่อคืนที่ได้ยินมาจากเพ่ยเพ่ย .....เพราะฤทธิ์ไอ้เหล้ากะอีแค่แก้วสองแก้วนั่นแท้ๆที่ทำให้เค้าต้องขาดสติ เผลอพูดอะไรบ้าๆออกไป .... ‘เลิกกับพี่เชอร์รี่ แล้วก็มาคบกับเรา’ แหม่! ก็ช่างคิดได้ ....รามิลเบ้ปากพลางส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจให้ตัวเอง แต่ก็อย่างว่าละนะ เรื่องมันเกิดไปแล้ว แถมคนผิดก็ใช่น้องมิลคนนี้ซะที่ไหนล่ะ โน่น....ไปโทษไอ้เหล้านอกคุณภาพห่วยโน่น! ชิ....นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า กินเหล้าได้แต่อย่าให้เหล้ามากินเรา ....เอวัง
“เอาละ ถึงแล้ว ตั้งใจเรียนนะจ๊ะเด็กๆ” เสียงโชเฟอร์หน้าด้านหน้ามึนคนเดิมหันมาบอก เพ่ยเพ่ยที่เปลี่ยนมานั่งเบาะหน้าคู่คนขับตอบรับจ๊ะจ๋าเสียงใส ยัยนี่อะไรก็ได้ ปรับเปลี่ยนอารมณ์ไปได้เนียนตลอดเวลา แต่ว่ากลับกัน คนที่เพิ่งจะย้ายจากเบาะหน้ามานั่งแหมะเอาตรงด้านหลังวันนี้เป็นวันแรกนี่สิที่นั่งหน้าเหม็นเบื่อหมดกะจิตกะใจจะพูดอะไร
ไม่เข้าใจ ถึงเรื่องไอ้ตอนที่เมามันจะสายเกินแกงเกินกว่าจะแก้ไขอะไร แต่ทำไม๊ ทำไม คนอย่างเค้าต้องทำเป็นไม่รับรู้ ไม่หือไม่อืออะไร มานั่งเป็น ‘เด็กๆ’ ให้ไอ้คุณไทป์เอาราชรถมาเกยส่งถึงหน้าคณะด้วย ทั้งที่คนขับรถที่บ้านก็มี....นั่นสิทำไม
“มิล!” เสียงเรียกทำให้คนนั่งคิดไม่ตกถึงกับสะดุ้ง
“ไม่เข้าเรียนใช่มั้ยวันนี้?” เพ่ยเพ่ยที่ลงไปยืนอยู่นอกรถอยู่นานแล้วเปิดประตูหลัง ชะโงกหน้าเข้าถาม คนถูกเรียกได้แต่เลิกลั่กไปมาก่อนหันไปยิ้มเจื่อนแล้วจึงค่อยคว้าเอากะเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาลคู่ใจลงรถตามไป
“มิล” ....เอาเข้าไป เช้านี้ จะเรียกอะไรกันนักกันหนา?
“อาราย?” คนหน้าใสหันไปปั้นหน้ายักษ์ใส่ต้นเสียงที่มาจากที่นั่งของสารถีประจำรถ
“วันนี้มีซ้อมเดือน จะไปดูมั้ย?”
“ถามทำไม?”
“ก็ตอนเลิกจะได้กลับพร้อมกันไง”
“......” รามิลนิ่งคิดให้แน่ใจ ก่อนที่นายไทป์จะตีหน้าซื่อแล้วระบายรอยยิ้มใส่
“ว่าไง?” น้ำเสียงไอ้หมอนี่ก็ช่างหวานบาดใจ ไม่รู้จทำยังไง สุดท้ายเลยได้แต่ตอบสั้นว่า....
“เออ ไป”
######
“เพ่ยเพ่ย....” คนถามเอ่ยชื่ออีกฝ่ายอึกอัก ก่อนตัดสินใจถามต่อไป “ไอ้ไทป์อ่ะ มันชอบมิลเหรอ?”
“.....”
ไร้คำตอบใดๆ สาวหมวยคนเดิมเหมือนเริ่มจะไม่ค่อยใส่ใจ เรื่องมันผ่านมา2วันแล้ว ตอนนี้นายไทป์ยังไม่ค่อยมีเวลารุกเท่าไหร่เพราะติดกิจกรรมคณะตัวเป็นเกรียว ดังนั้นหน้ากระดาษนิยายY ที่เพิ่งปริ๊นออกมาจากห้องสมุดซึ่งปลิววูบไหวไปตามแรงลมต้านจากชั้นบนสุดของอาคารที่พวกเค้ากำลังเดินอยู่นั้น มันกำลังดำเนินเรื่องมาถึงฉากหวือหวาพอดี ก็เลนดูน่าสนใจกว่าเรื่องของคนข้างๆน่ะสิ ....ว่าแล้วก็อ่านต่ะไป....เอาแล้วไง ....พระเอกมาดดุ ตบจูบแล้วจับนายเอกกดลงบนโซฟาแล้วไง .....เอ๊ะ! ….รู้สึกเหมือนเมื่อกี๊เจ้ามิลถามอะไร? .....ไม่ตอบไม่ได้เดี๋ยวโดนงอน
“หือ! มิลว่าไงนะ?”
“เออ ช่างเหอะ กว่าจะตอบได้ ....อ่านต่อไปปะ ไม่ต้องสนใจมิลหรอก” ว่าแล้วก็บุ้ยปากทำท่าน้อยอกน้อยใจใส่ คนอาไร๊ เอะอะก็เอาแต่ใจ ใครนะใครเลี้ยงมาให้เป็นเด็กชายแสนงอนซะแบบนี้?
“อ่ะจ้า ....เพ่ยเพ่ยไม่สนใจมิล จะให้เพ่ยเพ่ยไปสนใจใคร” ว่าพลางสาวเท้าตามก้าวให้ไว ไอ้เจ้าตัวดี เวลาโกรธเนี่ยเดินฉับๆไปจนแทบไม่ใส่ใจใครที่ตามหลัง
“ก็สนใจพวกผู้ชายในนิยายไง สนใจให้พอ ไอ้กระดาษA4 เนี่ย ไม่ต้องฟังแล้วว่ามิลพูดอะไร” ...น่าน ไม่เลิกง่ายๆ
“อ่ะนะ” อาหมวยแอบหัวเราะในลำคอ “ขอโทษค่า เพ่ยเพ่ยขอโทษ แหม....มิลก็ ถ้าเอาเรื่องจริง ผู้ชายที่เพ่ยเพ่ยรักที่สุดก็มิลไง ไม่รักคู่หมั้นตัวเอง แล้วจะไปรักใครล่ะจ๊ะ” พอเดินมาทันกัน ก็ถือโอกาสสอดแขนควงแล้วออเซาะให้ซักนิด ต้องทำอย่างงั้นแหละ เจ้าตัวดีถึงจะหันมาจ้องหน้าและอารมณ์เย็นลงได้
“แล้วทีนี้เพ่ยเพ่ยจะทำไง? ไอ้ไทป์มันทำกับคู่หมั้นของเพ่ยเพ่ยอย่างนี้” รามิลถามความเห็น
“มันก็ต้องถามว่ามิลแหละจะเอายังไง ใจมิลคิดยังไง?”
“มิลคิดว่าไอ้ไทป์มันบ้า!” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ อีกฝ่ายเลยเลี่ยงยังไม่พูดอะไร ขอเป็นฝ่ายฟังอย่างเดียว
“มันไม่เคยเป็นแบบนี้ไง ที่ผ่านมาแม่งอย่างกับเด็กเอ๋อ พวกหนอนหนังสือ แต่พอมาปุบปับพอบทมันจะรู้อะไร ก็รู้ซะเชี่ยว เรื่องผับนั่นก็เหมือนกัน เสือมาก แบบมิลไม่รู้เรื่องเลยเพ่ยเพ่ย ไปถึงไอ้ไทป์มีซงมีเส้น พามิลเข้าไปได้เฉย แถมเรื่องพวกผู้หญิงอีก มิลว่ามันชักจะยังไงๆ แต่ละคน ไม่เห็นเวลามิลไปแย่งมา มันจะออกอาการเคือง หรือโกรธ อย่าว่าแต่อะไรเลย อย่างตอนก่อนจบ ม.6 ไอ้แฟนเก่ามันที่ว่าสวัทนักสวีทหนา สุดท้ายพอมิลแย่งมา มันว่าอะไรมิลมั้ย?....ไม่มี แถมยังเศร้าแค่สองวัน พอวันที่สามอารมณ์ดี ....มิลว่ามันบ้าไปแล้ว” รู้สึกเหมือนเด็กเก็บกดระบายความในใจ พอพูดได้ก็ร่ายซะยืดยาว
“คนที่พูดถึงนี่คนที่อกใหญ่ๆ ที่อยู่โปรแกรมวิทย์ป่ะ?” เพ่ยเพ่ยถาม
“อื่อ ใช่ มันก็ชอบหมดแหละ ขอให้อกใหญ่ๆ” ยิ่งคิดยิ่งแค้นใจ ไอ้....ไอ้บ้านม!!
“แล้วมิลว่าไงต่อ?” เผลอนอกเรื่องจนต้องให้อีกฝ่ายช่วยดึงกลับอีกจนได้
“อ่อ ....เออ ....ก็นั่นแหละ มิลว่าไอ้ไทป์มันแปลก บางทีไอ้ที่มิลรู้จริงๆ บางที....มิลอาจจะไม่เคยรู้อะไรเลยก็ได้” ประโยคหลังน้ำเสียงใสๆฟังดูสลดลงไป นัยตาคู่สวยมีแววไหวๆของน้ำเลี้ยงในตา
“อืม.....” หญิงสาวไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไร ได้แต่ยื่นมือไปคว้ามืออีกฝ่ายมาเกาะกุม
“มิลว่ามิลเองแหละที่โง่ ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย”
“มิล....” เรียกชื่อนั้นอย่างอดเป็นห่วงเสียไม่ได้
“แต่ต่อจากนี้ มิลจะเรียนรู้มัน จะเอาให้ได้รู้กันไปเลยว่า ระหว่างมิลกับไทป์ ใครจะร้ายกว่ากัน”
“ดะ....เดี๋ยวมิล”
“รับรองคนอย่างรามิล ไม่มีทางยอมมันง่ายๆแน่” เด็กหนุ่มกัดฟันแน่น
“ฮ่ะ....เฮ่ย!” เพ่ยเพ่ยได้แต่พะงาบพะงาบ จนอีกฝ่ายต้องหันกลับมาถามว่าเกิดอะไร
“มิลคิดจะทำอะไร?” หญิงสาวเอ่ยคำถามออกไป
“ก็เกมส์ไง ....มิลจะทำให้ไทป์มันยอมจำนนให้ได้ ให้มันยอมรับว่ามิลฉลาดกว่ามัน แล้วก็รู้ทันมัน ถึงแม้....ครั้งนี้กว่าจะรู้ว่าตัวจริงมันเป็นยังไง มิลจะใช้เวลานานซะเกือบ 8 ปีก็เหอะ แต่เชื่อได้ ต่อจากนี้มิลจะเป็คนปั่นหัวไอ้ไทป์บ้าง คอยดู” ใส่มาเป็นชุด อะไร มาเล่นกงเล่นเกมส์ มิลนายจะเพ้ออะไรใหญ่แล้ว ....เพ่ยเพ่ยได้แต่ฟังแล้วค่อยนับเรียบเรียงลำดับอีกครั้ง(??) แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อไป คนหน้าใสๆตรงหน้าก็ออกอาการดี๊ด๊าแล้วโบกมือให้ใครเป็นการใหญ่
“พี่ยู!!”
ชื่อนี้ทำให้คนฟังยิ่งไม่เข้าใจ เพ่ยเพ่ยหันไปตามสายตาของรามิล แล้วก็พบว่าเบื้องหน้าของเธอและเค้ามีชายหนุ่มที่ดูดี มีมาดกับออร่าเจิดจ้าสูสีไม่แพ้ใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามา ดวงตาคู่ยาวหรี่ลงส่งยิ้มตาหยีให้เด็กหนุ่ม และเช่นกันมิลเองก็ยิ้มหวานใส่เป็นการตอบรับ ....
บรรยากาศมันคุ้นๆ ลักษณะ ส่วนสูง รอยยิ้ม ....ความรู้สึกนี้ ....ให้ตาย นายไทป์ดันต้องมาเจอคู่แข่งฟ้าประทานซะได้ ....อะไรมันจะเร้าใจขนาดนี้เนี่ย ....ได้แต่คิดในใจ เพ่ยเพ่ยรู้สึกอยากจะกรี๊ดให้ดังๆ ....พล็อตนิยายดัง รักนี้ต้องมีสามเรา....กรี๊ดๆ (>_<)
“ ว่าไงเรา วันนี้ร่าเริงเชียวนะ อารมณ์ดีมาจากไหนรึเปล่าเนี่ย?” รุ่นพี่หนุ่มหล่อสูงขาว สไตล์ตี๋อินเตอร์หยุดยืนตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม ห่อนหน้านั้นทันทีที่เค้ามองเห็นว่าตรงหน้าไม่ได้มีเพียงเด็กหนุ่ม พี่ยูคนนั้นก็หันมายิ้มทักทายให้เพ่ยเพ่ยอย่างอ่อนโยนด้วย ....อุ้ย ....รู้สึกว่ารอยยิ้มนี้จะโดน ....เพ่ยเพ่ยมองแล้วเคลิ้ม
“ก็เปล่านะครับ ผมก็อารมณ์ดีอย่างงี้อยู่เรื่อยแหละ” มิลตอบ ก่อนหันมาแนะนำ “เอ่อ....นี่เพ่ยเพ่ยครับ”
“ชื่อเพราะจัง เพ่ยเพ่ย มีความหมายรึเปล่าครับ?” พี่ตี๋อินเตอร์หันมายิ้มถาม ....ก็อยากจะญาติดีด้วยอยู่หรอกนะ แต่แววตาของหมอนี่ที่มองมาที่นายมิลดูท่าจะไม่ใช่แค่รุ่นพี่ที่เอ็นดูรุ่นน้องธรรมดาๆซะแล้วสิ เพราะงั้นในฐานะที่รู้จักกับนายไทป์มาร่วม8-9ปี ตอนนี้ก็ขอเป็นไม้กันหมาให้ไปพลางก่อนแล้วกัน
“มีค่ะ” เพ่ยเพ่ยยิ้มกลับ
“แปลว่าอะไรเหรอครับ?”
“แปลว่า ‘คู่หมั้นของรามิล’ ค่ะ” ตอบพลางยิ้มเยาะ
....ชั่วขณะหนึ่งที่เห็นแววตาของอีกฝ่ายกระตุกไหววูบอย่างไม่ทันคาดคิดคำตอบอยู่ในใจ ยูหันกลับไปมองหน้าใสๆของมิลที่ยังยืนส่งยิ้มเผล่ให้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรก่อนหันกลับมาพยักหน้าใส่เป็นเชิงว่าเข้าใจสถานการณ์ ....ที่แท้น้องผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแฟนของน้องมิลน่ะเอง ....ได้ยินคำพูดแก้เก้ออย่างงั้นก่อนที่จะถูกเจ้าเด็กบ้านั่นหันมาขัดจังหวะแล้วขอปลีกตัวออกไปกับรุ่นพี่ที่มาใหม่อย่างหน้าตาเฉย
มิลดูใส่ใจและกระตือรือร้นมากกับการพูดคุยกับฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นพอเจ้าตัวดีบอกว่าอยากกลับบ้านพร้อมกับรุ่นพี่เลยทำให้เพ่ยเพ่ยไม่ออกปากห้ามอะไร ปล่อยให้สองคนนั้นเดินไปคุยกันตามประสาผู้ชายๆ แต่ในใจก็ยังอดคิดไม่ได้ ถ้าจากประสบการณ์ในวงการ Y มากว่า 6 ปีนั้น เธอค่อนข้างมั่นใจว่า นี่ไม่ใช่สายตาที่ไร้การแอบแฝงใดๆ อย่างแน่นอน
....รามิลอาจจะกำลังจะถูกใครคนอื่นแย่งไป
....คนอื่นที่ไม่ใช่นายไทป์
....แต่เป็นใครบางคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ....ใครบางคนที่ ....หล่อ ....มากกกกกกกกกกกกก!!
**เพี๊ยะ!!** ตบหน้าตัวเองเบาๆ
“ไม่ๆ เราจะเขวไม่ได้” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมากดเบอร์
“ฮัลโหล ....จ่ะ ไทป์ นี่เพ่ยเพ่ยนะ ....วันนี้เพ่ยเพ่ยกลับด้วยสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
To Be Continue…..
ปล.** “ความรัก” มันไม่ใช่เกมส์หรอกนะหนูมิล ....เฮ้อ! เป็นห่วงจริงจริ๊ง~!!
ดูท่าทางมิลเค้าจะเข้าใจอะไรผิดระหว่าง เรื่องความรัก กับเกม
แต่... แบบนี้ก็ยิ่งน่าตื่นเต้นค่ะ
จะรอตอนที่ 10 ค่า~
#1 By Aijou~ on 2007-09-27 08:37