::Start ::
รักสุดใจ ....นายตัวร้าย

ตอนที่ : 15


 หลังจากเรื่องวันนี้นี่ก็ปาเข้าไปวันที่ 3แล้ว แม้เพ่ยเพ่ยจะออกเดินทางและถึงมาเก๊าโดยปลอดภัยแต่กระนั้นเธอก็ยังใส่ใจโทรมาถามไถ่เรื่องราวในแต่ละวันของคู่หมั้นอย่างนายรามิลเสมอ ทุกอย่างยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ไม่สิ! จะมีที่ไม่ค่อยจะเหมือนเดิมก็ ....ไอ้เจ้าหมอนั่นไง

 “หวัดดีหนูแป้ง น้องพลอย มิลล่ะครับอยู่ไหน?” คนที่ส่งเสียงมาแต่ไกลเอ่ยทักทายสองสาวพร้อมรอยยิ้มหวาน

 “อุ้ย! ไทป์ โน่นไงมิลนั่งอยู่โน่น” ไม่ต้องรอให้ซักไซร้อะไร หนึ่งในสองสาวก็ชี้นิ้วบอกทางให้เสร็จสรรพ ไทป์พยักหน้ารับยิ้มตอบโดยแสร้งไม่สนใจเสียงหัวร่อต่อกระซิกของเพื่อนต่างคณะที่ช่างจินตนาการอย่างทั้งคู่ ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินต่อไป จุดหมายคือบ่อปลาคราฟขนาดไม่ใหญ่ที่ใครบางคนกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาหย่อนอาหารลงไปอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

 “จ๊ะเอ๋!!”

“เหว๋อ!!??” เสียงคนโดนตะปบบ่าทำท่าจะผลักจากทางด้านหลังร้องขึ้นดังลั่น หัวใจของมิลแทบจะร่วงลงไปเป็นอาหารปลาเสียเดี๋ยวนั้น นี่มันเล่นบ้าอะไรเนี่ย ถ้าขืนเค้าเกิดขวัญอ่อนกระโจนลงไป ใครล่ะจะรับผิดชอบ

“เล่นบ้าอะไรของแกวะ?” มิลหันมาตวาดใส่ในขณะที่นายไทป์ยังคงใช้มุกถนัด ฉีกยิ้มรับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้  “แล้วมาทำไม?”

“ก็มารับ” เสียงหวานๆกับประโยคสั้นๆ ที่ฟังดูจริงใจ แต่ไม่... คนฟังกลับไม่ค่อย get

“มารับทำไม?”

“ก็กลัวมิลไม่ไปหา” เอาละ! คนพูดแอบส่งสายตาให้อีกนิด

“ไปหาเพื่อ?”

“เพื่อดูไทป์ซ้อมใหญ่วันนี้ไงครับ” คนตอบดูท่าจะอารมณ์นี้ เล่นเกมส์ยี่สิบคำถาม ถามมาตอบไปอย่างไม่ยี่หระที่จะโต้คารมให้อีกฝ่ายได้ฉุนกึก

“ถ้าบอกว่าไม่อยากไปล่ะ ไทป์จะทำไมมิล?” เชิดปลายจมูกรั้นๆตั้งคำถาม พยายามจะบอกว่าตัวเองไม่สนใจ

“ก็ไม่ทำไม” นายไทป์ยักไหล่ใส่ ตีหน้าซื่อ ทว่าริมฝีปากกระตุกรอยยิ้มดูชอบกล “ตอนนี้ไม่อยากทำอะไร ....อยากทำแค่อย่างเดียว”

 “จะทำอะไร!?” สีหน้าไม่น่าเชื่อใจซักเท่าไหร่ ....ก็ดูแววตามันสิ แพรวพราวน้อยซะที่ไหน ....มิลกระถกตัวหนี เหล่มองอย่างไม่ไว้ใจ อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อนะว้อย! บอกไว้ก่อน พ่อยันตกบ่อไปนอนกอดปลาคราฟแน่

 “อะไร? มองหน้าเหมือนไทป์ไม่น่าไว้ใจ” คนพูดส่งเสียงหัวเราะใส่ “ก็แค่คนเค้าอยากเอาใจ อยากทำคะแนนแค่นั้นเอง ระแวงไปได้”

 ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืน ยื่นมือออกมาให้ ส่งยิ้มใส่ แล้วพยักหน้า “ป่ะ ไปดูไทป์ซ้อมกัน”

 “อ่า.....”ไม่รู้จะตอบอะไร “ไปนั่งกับแป้ง กับพลอยก่อนไป เดี๋ยวให้อาหารปลาเสร็จจะเดินไปหา”

 “พะย่ะค่ะ....เจ้าชาย” ยกมือขึ้นทาบอกพร้อมโค้งศีรษะให้ก่อนจะหันหลังและเดินกลับไปนั่งอย่างว่าง่าย

 “เออ พักนี้มันดูเชื่องดีเนอะ ....ทำตัวน่ารักเชียว” มิลบ่นคนเดียว อมยิ้ม ฮัมเพลงสุขใจ

 ตั้งแต่ที่บอกไปว่าจะให้นายไทป์ได้พิสูจน์ตัวเอง ก็ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะใส่ใจดูแลเค้าเสียไม่ยอมให้ขาดตกบกพร่อง แต่ก็อย่างว่าแหละนายไทป์เอ๋ย ถ้าเรื่องมันดำเนินไปได้ง่ายๆอย่างที่นายคิด เกมส์นี้ก็ไม่สนุกกันพอดีสิจริงมั้ย? ลองทำตัวเชื่อง เซื่อง ไม่ซุกซนอย่างนี้ต่อไปอีกซักพัก อีกหน่อยคงได้เข้าสู่แผนทดสอบหัวใจสเต็ปสองกัน(^__^)

แต่อย่าว่าอะไรเลย มิลรู้นะว่าที่ไทป์ทำตัวเป็นเด็กดีอย่างงี้น่ะ ในใจก็แอบมีแผนใช่มั้ย? หันกลับไปมองหน้าคนที่นั่งยิ้มใส่ก่อนคิดทบทวนอีกครั้ง ....แน่ๆเลย เจ้าหมอนี่น่ะ แน่ๆ!

“นี่! ไทป์ รู้มั้ยว่าทำไมวันนี้มิลถึงอยากมาด้วย” เอ่ยถามระหว่างทางที่เดินไปห้องกิจกรรมของคณะ อีกฝ่ายหันมาเลิกคิ้วทำหน้าฉงนใส่

“อ่าว! วันนี้มิลอยากมาหรอกเหรอ ไทป์ไม่ยักกะรู้”

“ช่าย!! อยากมามากๆ”

“เพราะอะไร? อยากดูไทป์เต้นRain ?? ฮั่นแน่ะอยากเห็นเค้าเซ็กซี่ก็ไม่บอก” น้ำเสียงหยอกทะเล้นต่างจากไทป์คนที่เคยรู้จักโดยสิ้นเชิง ....ยิ่งฟังยิ่งชักหมั่นไส้ ...มวนท้อง อยากอาเจียน

“แหวะ! ไม่ใช่ว้อย ที่มาก็เพราะอยากเจอพี่ยู” คนตัวเล็กกว่าเชิดหน้าตอบ พลางลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเล็กน้อย

“อ๋อ! กะจะให้ไทป์หึงว่างั้น” น่าน!มันไม่ค่อยจะประเจิดประเจ้อเลยซักนิด.... รามิล เบ้ปาก แล้วยักไหล่ ช่างประไร รู้ซะก็ดีจะได้กระตุ้นต่อมกันได้ง่ายๆ

“แล้วจะหึงม๊ะ?”

“ไม่ล่ะ ....ไทป์เป็นคนดี ใจกว้าง แล้วก็ไม่อยากเสียคะแนนด้วยเรื่องเล็กๆแค่นี้” หันมายิ้มหวานให้อีกที “เพราะงั้นแค่ชนะใจใครบางคนแถวนี้ได้ แค่นั้นก็คุ้มเกินพอแล้ว....จริงมั้ยครับ?”

“อ๋อเหรอ?” คนฟังได้แต่ส่งเสียงขึ้นจมูก อยากจะหันไปแหวะใส่อีกรอบเพราะคลื่นไส้ แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้ ....โอเค! ปล่อยให้มันทำตัวเลี่ยนๆต่อไป จะรอดูแล้วกันว่านายไทป์จะใส่หน้ากากพ่อสุภาพบุรุษคนดีได้ซักกี่น้ำ

มาถึงหน้าห้องกิจกรรม อย่างที่คิดคนนอกอย่างรามิลแม้จะเป็นเพื่อนสนิทแต่ก็ถูกพวกพี่โก้บอกเอาไว้ว่าขอไม่ให้เข้าไปยุ่งที่ด้านในอย่างเช่นทุกครั้ง เด็กหนุ่มไม่คิดจะโอดครวนหรือต่อรองอะไร เค้านั่งฟังเสียงดีดกีตาร์กับเสียงร้องเพลงที่ก้องออกมาจากห้องเป็นระยะๆอยู่บนโต๊ะม้าหินด้านหน้าอย่างว่าง่าย

“เสียงเพราะดีเนอะ ....ทำอะไรก็ดีไปหมด อิจฉาจริงๆคนเรา”บ่นงึมงัมอยู่คนเดียว ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเค้าไม่เคยรู้ ไปคาราโอเกะด้วยกันก็ออกจะบ่อย ก็นั่นแหละนะ เกิดมาหล่อ รวย เก่ง เพอร์เฟ็คไปซะทุกด้าน แม้จะแอบรู้สึกนิดๆว่าอยากจะเป้นแบบหมอนั่นแต่เพราด้วยรู้ดีว่าคนเราไม่สามารถถอดแบบกันมาได้ ดังนั้นตั้งแต่เด็กรามิลจึงเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่

 “ตัวเราเป็นแบบนั้นไม่ได้ แต่ก็ทำให้คนแบบนั้นมาเป็นสมบัติในอาณัติของเราได้นี่นา” กระตุกรอยยิ้มพึงพอใจในความคิดของตนแล้วค่อยล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นเกมส์

แม้เวลาจะผ่านไปค่อนข้างไร้สาระ แต่ก็นั่นแหละ นอกจากการมานั่งตรงนี้ กิจกรรมอะไรหลังจากเลิกเรียนก็ไม่ได้มีให้ทำอยู่แล้วนี่นา เพราะงั้น ....ช่างมัน รอกลับบ้านพร้อมนายไทป์ เท่านั้นเป็นพอ

“มิล หิวน้ำมั้ย?” คนถามเดินมาใกล้ ยื่นส่งแก้วโค้กให้โดยไม่รอฟังคำตอบ เด็กหนุ่มรับแก้วเอาไว้ ยกขึ้นดื่มเล็กน้อยแล้วค่อยลดระดับลงวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า

“ซ้อมเสร็จแล้วเหรอ?”

“เปล่า” ไทป์ส่ายหน้า “รอพี่ยู เหลือแค่แสดงจริงให้ช่วยดูรอบสุดท้าย”

“แล้วพี่ยูยังไม่มา?” มอง แล้วเอียงคอคำถาม

“อื้อ” ไทป์ตอบ ก่อนหันไปอีกด้าน คนที่อยู่ห่างออกไปโบกมือให้แล้วส่งยิ้มทัก “โน่นไง มาแล้ว ....พี่ยู หวัดดีครับ”

“หืม?? ....อ้าว! พี่ยู ...หวัดดีครับ มาสายนะเนี่ย คนเค้ารอกันเต็มห้องแล้ว” รามิลพูดเสริม คนถูกตำหนิฉีกยิ้มกว้างให้อีกทีก่อนจะตอบกลับด้วยคำทักทายเช่นกัน

“อื้อ! หวัดดีครับ ....ไทป์ ซ้อมถึงไหนแล้ว ใกล้เสร็จรึยัง?” ยูถามรุ่นน้องในคณะก่อนอันดับแรก ....ตามมารยาท

“ก็ดีครับ เหลือให้พี่ยูดูอีกรอบเดียวก็คงจบแล้ว”

“เหรอ .....งั้นก็ดี”คำตอบของรุ่นพี่ฟังดูขอไปทีแบบไม่สู้จะใส่ใจนัก จริงๆยูอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อนายไทป์ลองฟังและเปรียบเทียบกับประโยคถัดไป น้ำเสียงและความเอาใจใส่ มันทำให้รู้สึกลำเอียงต่างกันอยู่นิดๆ

“แล้วเราล่ะเป็นไง ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่นะเนี่ย” ว่าพลางมือไว ยื่นมือออกไปลูบหัวอย่างรักใคร่เอ็นดู ในขณะที่อีกฝ่ายตอบรับกลับด้วยรอยยิ้ม ....รอยยิ้มที่หวานจนรู้สึกหมั่นไส้ ....ไทป์ลอบส่งเสียงขึ้นจมูกเบาๆ

“ตกลงทางโมเดลลิ่งเค้าว่าไง ผมยังไม่รู้เรื่องเลย เห็นพี่ยู sms. มาบอกว่ามีข่าวดี ข่าวดีอะไรครับ?”

 “รับรองเราต้องดีใจหน้าบานแหง๋ๆ” พูดไม่พูดเปล่า มีแตะบ่าและทำท่าจะนั่งลงข้างๆอีกด้วย ....มือไวเป็นบ้า นายไทป์คิดก่อนตัดสินใจแทรกตัวเข้านั่งลงมันเสียตรงนั้น ....เสียมารยาท

“อะไรเนี่ยไทป์?” มิลมองหน้าแววตาตำหนิ แล้วขมวดคิ้วถาม อีกฝ่ายตอบลอยหน้าลอยตา

“ก็เมื่อยขาอ่ะ ขอไทป์นั่งหน่อยไม่ได้เหรอ?” น้ำเสียงนุ่ม แต่กลับฟังดูสุดแสนจะน่าหมั่นไส้  ....เอาน่า! ก็บอกว่าจะเป็นคนดีใจกว้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ใครมาแตะง่ายๆนี่หว่า ....นายไทป์คิดแล้วยิ้มตาหยีใส่ ใบหน้าซื่อๆบ่งบอกว่าเค้าไม่ได้มีเจตนาอะไร ทางฝ่ายมิลจึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วหันไปเริ่มบทสนทนากับรุ่นพี่ที่ย้ายไปนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามอีกครั้ง

“ว่าแต่ข่าวดีอะไรครับพี่ยู?” เด็กหนุ่มเอ่ยถาม บรรยากาศเริ่มเข้าไปสู่โหมดของคำว่า ‘โลกนี้มีเพียงเราสองคน’

....ส่วนนายไทป์ตอนนี้รู้สึกตัวดีว่าเพลง ‘เพลงเหงา’ ของพีชเมคเกอร์เป็นอย่างไร นอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะฟังบทสนทนาต่อไปอย่างทำอะไรเสียไม่ได้

######


“ตกลงพรุ่งนี้มิลต้องไปช่วยอะไรไทป์หรือเปล่า?” รถเลี้ยวเข้ามาจอดชิดริมฟุตบาทหน้าบ้านปุณณวงศ์ เจ้าของบ้านบอกว่าให้จอดส่งแค่นี้เพราะเดินเข้าไปเองได้ ไม่อยากให้ลุงยามต้องเทียวเปิดเข้าเปิดออกประตูรั้วให้วุ่นวาย ดังนั้นสารถีจำเป็นจึงได้แต่พยักหน้ารับและจำใจทำตาม

“งานเริ่มตั้งทุ่ม แต่ไทป์ต้องไปตั้งแต่เที่ยง มิลจะตื่นไหวเหรอ วันเสาร์?”

“ก็ไหวอ่ะ แต่ถ้าไม่มีอะไร มิลตามไปทีหลังก็ได้”

อืม....คนตอบเริ่มใช้ความคิด “งั้นตามไปทีหลังแล้วกัน แต่คืนนี้อ่ะ มาที่บ้านหน่อยสิ มาช่วยดูการแสดงให้หน่อย ไทป์รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจยังไงไม่รู้”

“ก็ได้” ใบหน้าใสยกรอยยิ้มระบายขึ้นที่มุมปาก “แล้วซักสองทุ่มจะไปหาแล้วกัน”

ประตูรถที่เปิดออกถูกปิดลงหลังจากร่างบางก้าวลงมาแล้วโบกมือให้ ไทป์ส่งยิ้มกลับไปก่อนหมุนพวงมาลัยแล้วยูเทิร์นกลับไปยังเส้นทางฝั่งบ้านตัวเอง ....ไม่มั่นใจในการแสดง ข้ออ้างง่ายๆอย่างนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันเนอะ ว่าแต่มาคิดกันดีกว่าว่าการมาบ้านของเค้าในคืนนี้รามิลจะพกแผนยั่วประสาทอะไรมาให้ปวดหัวเล่นบ้าง ....ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ ไม่ใช่เค้าไม่ทันอีกฝ่ายหรอกนะ แต่ว่าการได้เห็นใครบางคนที่น่าสนใจกำลังพยายามตั้งอกตั้งใจทำอะไรอย่างน่ารักแบบนี้ มันก็ตื่นเต้นดีไม่ใช่เหรอ

“บรื๋อ....สยองชะมัด! นี่ ไทป์ ....มิลไปนั่งตรงนั้นด้วยได้มั้ย?” แล้วไหง๋การมานั่งดูนายไทป์ซ้อมถึงเปลี่ยนมาเป็นช่วงเวลาฉายหนังฮอร์โร่ฆาตกรรมซ้ำซ้อนสุดสยองขวัญได้ล่ะ? (o_O) ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มมากดออดที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับกล่องใส่ดีวีดีในมือสองสามเรื่อง รอยยิ้มแรกที่เจ้าของบ้านได้เห็นคือรอยยิ้มสดใสที่ส่งให้พร้อมกับคำเอ่ยชักชวน

“มาดูดีวีดีกันดีกว่าเนอะ”

“เออ....ก็ตามใจ”  

แล้วยังไง สุดท้ายก็กลายมาเป็นสถานการณ์ตามที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด ร่างเล็กๆของอีกฝ่ายกำลังกระถดเข้ามานั่งใกล้ เบียดอยู่ข้างๆในขณะที่เครื่องเสียงเซอร์ราวภายในห้องคำรามไปด้วยเสียงกรีดร้องของตัวละครที่ดำเนินเรื่อง ....สิงหาสับ ....โหย! ก็ช่างเลือกมาได้ ไอ้หนังเลือดสาด โรคจิตผิดกับหน้าตาคนซื้อเนี่ย

“หนาวมั้ย?” ไทป์ดึงผ้าห่มนวมลงมาจากเตียง พวกเค้ากำลังนั่งคุดคู่กันอยู่ที่พื้นห้อง เหตุผลก็เพราะใครบางคนบอกว่าการดูหนังให้เร้าใจต้องใช้พื้นที่ตรงนี้แหละถึงจะได้อารมณ์ที่สุด

ไฟในห้องถูกดับมืดสนิท เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่ถึงอย่างนั้นแสงสว่างจากหน้าจอที่วูบวาบเป็นระยะ บวกกับไฟห้องน้ำ และโคมไฟหัวเตียงที่เปิดเอาไว้อยู่ ก็ช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้ไม่ยาก

“ห่มด้วย ....หนาว” มิลเอื้อมมือไปยื้อชายผ้าห่มอีกข้างมาคลุมตัว แล้วเบียดเข้าหาอีกฝ่ายให้มากขึ้น ท่าทางหมิ่นเหม่และส่อเค้าจะเกิดเรื่องวาบหวิวตามมามากๆครับ แต่....ตอนนี้นายไทป์ ไม่ว่ายังไงก็ต้องอดทน เค้าบอกตัวเองว่าแม้มือสองข้างนี่อยากจะซุกซนแค่ไหน แต่ก็ไม่ยอมให้ตัวเองต้องหลงกลอุบายของเด็กน้อยนี่ได้หรอก

“ถ้ากลัวแล้วจะดูทำไม ปิดซะก็สิ้นเรื่อง ไทป์ว่ามันน่าแหวะออก ไม่เห็นสนุกเลย”

“อื้อ! งั้นไม่ดูแล้วก็ได้” คนตอบเปลี่ยนใจกระทันหันจนฝ่ายตั้งคำถามเองยังชักงง “ดูอันนี้แทนมั้ย?”

“อะไรอีกล่ะนั่น?” ยื่นมือไปรับกล่องดีวีดีสีดำไม่มีปกที่ถูกส่งมาให้แล้วเปิดออกดู ไทป์รู้สึกอึ้งจนเกินกว่าจะทำใจ ใบหน้าเจื่อนนิ่งไปชั่วขณะ ....นี่กล้าขนาดเล่นจะยั่วกันให้บ้าตายเลยเหรอ?

“ดูมั้ยล่ะ? อันนี้เพื่อนที่คณะให้มา ดูคนเดียวไม่สะใจ ....ดูด้วยกันมั้ย?” มิลส่งยิ้มให้ แววตาสดใสส่อแววซุกซน

“Adult Videoเนี่ยนะ?”ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อซักเท่าไหร่

“อื่อ ....น่า ไม่มีอะไรนี่นา ก็แค่วีดีโอเอง” 

######


ออกจะเหนือความคาดหมายเกินไปหน่อยเมื่อแผ่นดีวีดีหนึ่งในสามที่รามิถือติดมาด้วยดันเป็นวีดีโอลับเฉพาะของผู้ใหญ่เสียนี่ แต่กระนั้นจะให้ปฏิเสธออกไปก็กลัวนายไทป์จะเสียเชิง สุดท้ายก็เลยต้องตอบตกลงยัดเอาแผ่นดีวีดีที่ว่ายัดใส่เครื่องแล้วกลับมานั่งพิงขอบเตียงอยู่ที่เดิม
“นอนเล่นได้ป่าว?” เสียงใสๆเอ่ยถามก่อนปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนเตียงหลังใหญ่ที่ใช้เป็นที่เอนพักพิงเมื่อครู่โดยไม่รอให้เจ้าของได้เอ่ยปากอนุญาต
“หนาวอ่ะ ขอผ้าห่มได้มั้ย?” มิลพลิกตัวลงนอนในดานตรงข้ามกับรูปเตียง ขาของเด็กหนุ่มชี้ไปทางด้านบนในขณะที่ยื่นศรีษะลงมาใกล้ส่วนท้ายสุดของขอบปลายเตียง

“แล้วไทป์จะห่มอะไร?” อีกฝ่ายถามกลับเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมลงเล็กน้อย บางทีเค้าอาจจะกำลังไม่พอใจกับสิ่งที่ร่างบางนำมาใช้ทดสอบในวันนี้

“ไทป์ก็เอาหมอนไป ไม่ก็....ห่มด้วยกัน” คนช่างเอาแต่ใจตัดสินให้เสร็จสรรพ สองมือดึงชายผ้าห่มนวมขึ้นสูงเพื่อคลุมทั้งตัวเค้าที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง และอีกฝ่ายที่กำลังนั่งหน้ามู่ทู่บอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้าจอโทรทัศน์

ภาพฉากต่างๆที่วูบไหวไปมายังดำเนินต่อไป นางแบบสาวรูปร่างดีที่มีหน้าอกหน้าใจเกินขนาดมาตรฐานกำลังออกลีลาท่าทางราวกับแมวสาวร่านสวาทยั่วยวนคู่ของตนไปมาอย่างต่อเนื่องนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องนิ่งสนิท ไม่มีบทสนทนา และนานเข้าก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด มิลชะเง้อใบหน้าเอียงมองดูคนที่นั่งอยู่ด้านล่าง เค้าอยากรู้ว่าทำไมนายไทป์ถึงได้นั่งเงียบนัก ไม่พูดอะไร ไม่หือไม่อือใส่อย่างเช่นทุกที ....เริ่มหมดสนุก ในใจเค้าคิดอย่างนั้น

“เป็นอะไร ไทป์ หนังมันเครียดขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ก็เปล่า นางเอกสวยดี เลยตั้งใจดู ทำไมเหรอ?”

“เปล่า....” ไม่รู้จะตอบว่าอะไร คนถามหดคอเข้าไปซุกเข้าใต้ผืนผ้าห่มหนาอีกครั้ง

15 นาทีผ่านไป จากฉากเล้าโลมเริ่มเข้าสู่ความร้อนแรง AV.สตอรี่เรื่องนี้เป็นดีวีดีเกรดสูงระดับท็อปที่เพื่อนๆหลายคนบอกว่าถ่ายทำได้ดีและดำเนินฉากได้อย่างน่าสนใจ ....ใช่ ....รามิลไม่เถียง เนื้อเรื่องและฝีมือของนักแสดงไม่มีสะดุดเลยแม้ซักน้อย มันไม่ใช่วีดีโอที่น่าเบื่ออย่างที่เคยดู หนำซ้ำยัง....สุดยอดจนเกินบรรยายเสียด้วยซ้ำ บางฉากเสียงครางหวานของหญิงสาวทำให้มิลรู้สึกใจเต้น ใบหน้าของเค้าค่อยๆชาและแดงซ่านขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันเอะใจ เด็กหนุ่มซุกหน้าลงกับเตียงนุ่มเป็นระยะ ตอนนี้อารมณ์ที่จะสนใจคนตรงหน้าไม่ค่อยมีเสียแล้วเพราะความตื่นเต้นถูกโยงไปให้ ภาพร่างขาวนวลที่เคลื่อนไหวอยู่บนจอเสียหมด

เริ่มรู้สึกว่ารอบตัวมันหยุดชะงักไปหมด ดวงตาคู่ใสจับจ้องมองภาพเคลื่อนไหวนั้นตาแป๋ว ….ไทป์จะคิดอะไรอยู่นะ? มิลอยากถาม แต่กระนั้นการฉุดลากอีกฝ่ายออกจากช่วงเวลาแห่งจินตนาการ มันคงดูเป็นการทรมานกันมากเกินไป

“สนุกมั้ย มิล?”จู่ๆคนที่นั่งหันหลังให้ก็เอ่ยถามแทรกขึ้นมาเสียดื้อๆ เจ้าของชื่อสะดุ้งแล้วค่อยพยักหน้าเออออว่าเห็นด้วย

“แล้วจะให้ไทป์ทำยังไงต่อไป ว่ามา”

“......” ไม่รู้จะตอบอะไร ใบหน้าใสซีดเผือดลงฉับพลัน มิลรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนไป มันดูไม่ใช่อย่างที่เค้าคาดหวัง ไทป์ตอนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ ดุดัน และ....เริ่มน่ากลัว

“ก็แค่อยากรู้ละนะ ว่าเอาวีดีโอแบบนี้มาให้ดูเพื่ออะไร? อยากให้ไทป์ตบะแตกแล้วจับมิลกดอีกรอบ ....งั้นเหรอ?” คนถามยังคงจ้องมองภาพที่หน้าจอพลาสม่านั้นต่อไป ไม่หันมาใส่ใจจะหันกลับมามองดูคู่สนทนาแม้แต่น้อย

“เปล่า ....ก็แค่อยากหาเพื่อนดูด้วยเฉยๆ” มิลข่มใจ บอกตัวเองให้คิดให้ดีก่อนที่จะตอบอะไรออกไป ....น้ำเสียงของเด็กหนุ่มยังคงนิ่ง ไม่เปลี่ยนเช่นกัน ...

ใช่! นายไทป์คาดถูก แต่จะบอกทำไมล่ะว่าเค้าต้องการจะยั่วอีกฝ่ายแล้วลุกหนีไปให้อารมณ์ค้างเล่นๆ ....มิลอมยิ้ม ลอบสัเกตพฤติกรรมต่อไป ตั้งใจว่าถ้าถูกจ้องมองกลับมาจะแกล้งเลื่อนตัวลงไปหาแล้วเบียดกระแซะเข้าใกล้ จากนั้นค่อยประกบจูบให้อีกหนึ่งที ปลุกอารมณ์ให้คลุกรุ่นจนนายไทป์แทบจะทนไม่ไหว จากนั้นค่อยทำตัวน่ารัก ยกเหตุผลการทดสอบมาขู่แล้วจากไปโดยที่ทิ้งเอาไว้ให้คนตรงหน้าอกระเบิดเล่น

“หรือไทป์คิดว่ามิลอยากให้ไทป์ทำอะไรงั้นเหรอ?” ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใส่ที่ข้างๆใบหู

“หึ! หึ!” คนนั่งหันหลังให้หัวเราะในลำคอใส่ ....มิลเอียงใบหน้าสงสัย ไทป์คิดอะไรถึงได้หัวเราะอย่างนั้น?

“ให้มันมีขอบเขตบ้างนะมิล” ประโยคสุดท้ายก่อนที่ใบหน้าของชายหนุ่มจะหันขวับกลับมาแล้วจ้องมองด้วยแววตาโกรธเคือง ไทป์ใช้มือข้างหนึ่งล็อกใบหน้าเนียนเอาไว้ บดเบียดริมฝีปากทาบทับลงไปแล้วใช้ปลายลิ้นชอนไชเข้าควานหารสหวานล้ำที่ภายในอย่างที่ไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งรับ

“อือ....” จุมพิตเร่าร้อนและรุนแรงบวกกับแรงบีบบังคับที่ล็อกแน่นเอาไว้ทั้งใบหน้าทำให้มิลออกเสียงอู้อี้ประท้วงใบลำคอ ทีแรกดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่ไม่นานรสจูบนั้นก็ทำให้แพขนตายาวกระพริบถี่และเลื่อนลงปิดเข้าหากัน เคลิ้มรับไปอย่างว่าง่าย

จูบคลึงเคล้นบดเบียดเนิ่นนาน รุนแรงบ้าง อ่อนโยนบ้าง คละเคล้ากันไป กระทั่งชายหนุ่มวกกลับไปขบแทะที่ริมฝีปากล่างจนร่างบางถึงกับสะดุ้งเฮือก ได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะด้วยความสะใจก่อนที่จะผละริมฝีปากออกห่างและยันกายลุกขึ้นยืนพร้อมออกแรงฉุดกระชากร่างบางให้ลุกลงจากเตียง

“เอาล่ะ! จบแล้ว ....ทีนี้ก็กลับไปซะ” ไทป์ลากเด็กหนุ่มให้เดินตามไปที่ประตูแล้วออกแรงลุนหลังออกไปยังด้านนอก อีกฝ่ายชักสีหน้าตกใจ สมองที่พร่าเลือนยังไม่สั่งการให้คิดทบทวนอะไรได้

“บอกให้กลับไป” ชายหนุ่มออกเสียงคล้ายคำสั่งอีกครั้ง ใบหน้าของเค้าดูจริงจังจนมิลไม่เข้าใจ ทำอะไรไม่ถูกได้แต่จ้องหน้า ....

“โกรธเหรอ?”

“เปล่า แต่จะนอนแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน....ฝันดี” พูดจบก็ปิดประตูใส่คนตรงหน้า ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอึ้งเป็นใบ้ไปชั่วขณะ

“นี่มันอะไรเนี่ย?”

 

To Be Continue…. 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet