TVXQ : Between Thread & Wind [ตอนที่ : 4]
posted on 20 Oct 2007 12:54 by dittri
:: Between Thread & Wind ::
....ระหว่างเส้นด้าย และ สายลม
ตอนที่ : 4
มันอาจจะเหมือนกับขั้วบวกขั้วลบที่แม้จะแตกต่างกันมากมายซักเพียงใด แต่สุดท้ายก็ไม่วายที่จะดึงดูดอีกฝ่ายเข้ามาหาตนจนได้ ...แจจุงยืนนิ่งเบิกตากว้าง เค้าเกือบจะอ้าปากค้างเสียด้วยซ้ำที่ได้เห็นเจ้าของรอยยิ้มเป็นมิตรที่ยืนอยู่ตรงหน้า อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอะไร ในมือยังคงถือแผ่นดีวีดีที่ลูกค้าเพิ่งเอามาคืนไว้ ทั้งที่ชั้นวางชื่อเดียวกับดีวีดีอยู่เยื้องไปทางขวามือเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่แจจุงกลับมองไม่เห็นมัน สมองเค้ากำลังเบลอ
“จำฉันไม่ได้เหรอ? จอง ยุนโฮ ที่อยู่โรงเรียนเดียวกับนายไง” คนตัวใหญ่กว่ายิ่งฉีกยิ้มกว่า แจจุงหรี่ตา รู้สึกไปเองว่าฟันขาวๆของอีกฝ่ายมีแสงสว่างเจิดจ้าสะท้อนออกมาอย่างในโฆษณายาสีฟันเสียอย่างงั้น
“เอ่อ....ฉัน.....ฉันจำไม่ได้” หลุบตาลงต่ำมองหลุกหลิกไปมาที่พื้น ไม่อยากให้บทสนทนาดำเนินต่อไป เค้าหวังให้ใครซักคนที่เป้นพนักงานในร้านเดินโฉบมาใกลและรับเอาหน้าที่ที่เค้าต้องแบกรับไปสานต่อเสียเดี๋ยวนี้
....แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มี
แจจุงกลั้นหายใจ ไม่ถนัดเท่าไหร่กับการรับมือสถานการณ์ที่ตื่นเต้นและยากจะคาดเดาเช่นนี้ ในที่สุดเจ้าของใบหน้าใสก็ตัดสินใจเสียบไอ้เจ้าดีวีดีที่อยู่ในมือเข้ากับช่องว่างของอีกชั้นโดยไม่ใส่ใจว่าชื่อจะตรงกันหรือเปล่า เค้าอยากแยกตัวออกไปให้ไกลจากตรงนี้ ไกลจากคนที่ต้องเผชิญหน้า อยากไปให้ไกล ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
“อ้าว! นี่เก็บดีวีดีผิดช่องนี่นา” คนช่างพูดยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วฉวบจับมือที่ถือดีวีดีเอาไว้ก่อนที่แจจุงจะเสียบมันลงในช่องตรงหน้า
// ตุ๊บ! //
จ๊าก!! (o_O) ยิ่งตะลึกยกกำลังสอง แจจุงแหกปากร้องในใจ เพราะกล่องดีวีดีที่ร่วงลงไปกระทบกับพื้นนั้นทำเอาคนยืนถือมันอยู่เมื่อครู่ถึงกับใบหน้าถอดสี ....แย่ละสิ! กล่องแตกแถมแผ่นยังหักอีกเสียด้วย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอแจจุง?” เสียงผู้จัดการร้านเดินตามมา ทันทีที่ได้ยินเสียงผิดสังเกตจากด้านใน ....คนมือลื่นพลาดพลั้งนึกเสียใจ ใบหน้าเจื่อนแทบไม่มีสี งานนี้คงไม่พ้นต้องโดนหักเงินเดือนอีกแหง๋ ....เฮ้อ!พระเจ้า
“คือ....แผ่น....แผ่นดีวีดีตกแตกน่ะครับ” ส่งเสียงตอบก่อนที่เจ้าของคำถามจะเดินมาเห็น แล้วค่อยย่อตัวนั่งลงเก็บเศษกล่องกับแผ่นดีวีดีที่หักเข้ารวมไว้ด้วยกัน ....แจจุงเริ่มท้อใจ สงสัยงานนี้เค้าคงต้องยอมรับชะตากรรมซวยๆอีกแล้วสินะ (=___=”)
“เฮ้อ! อีกแล้วเหรอ? อย่างนี้มีหวังได้ถูกสาขาใหญ่บ่นกลับมาอีกแน่ๆ” เสียงฝีเท้าคนพูดเดินใกล้เข้ามา
“อ่า.....” ในขณะที่ผู้ต้องหาเองก็ไม่รู้จะตอบอะไร ....และตอนนั้นยุนโฮที่ยืนอมยิ้มตาใส ในที่สุดก็พูดโพร่งขึ้นมา
“ขอโทษนะครับ พอดีผมมือไว้ฉวบได้ก็ดึงออกมาจากชั้นวางเลยไม่ทันดู ยังไงจะจ่ายค่าชดใช้ให้นะครับ”
“อ้าว! คุณลูกค้าเองเหรอ แหม!ผมก็นึกว่าฝีมือของพนักงาน” ผู้จัดการที่เพิ่งเดินมาถึงคลายสงสัย รอยยิ้มที่ฉาบเอาไว้เพื่อธุรกิจการค้าถูกส่งให้ในขณะที่ใครบางคนในชุดยูนิฟอร์มของร้านกลับขมวดคิ้วเข้าหากัน อ้าปากค้างและแหงนหน้าขึ้นมองมาอย่างไม่เข้าใจ
“สรุป ช่วยเอาเรื่อง Sleepy Horror แผ่นใหม่ให้ผมด้วยแล้วกัน แล้วก็อันนี้เอาไปคิดราคาได้เลยครับ” ผู้จัดการพยักหน้ารับ ก่อนยื่นมือไปหยิบกล่องดีวีดีที่ตามช่องรายชื่อแล้วค่อยหันกลับมาถาม
“ได้เลยครับ ว่าแต่ นอกจากนี้ ยังจะเอาเรื่องอื่นอีกหรือเปล่าครับ? ถ้าเป็นพวกหนังหรือซีรี่ย์ใหม่ๆ รายชื่อแขนเอาไว้อยู่ที่ไวท์บอร์ดด้านหน้านะครับ”
“อ้อ! ครับ แต่เดี๋ยวผมขอดูเรื่องอื่นของจอห์นนี่ เด็ปป์ก่อน ไว้จะกลับออกไปดูอีกครั้งแล้วกันครับ ขอบคุณมาก” ส่งรอยยิ้มเป็นน้ำใจกลับไปให้ ผู้จัดการเองก็พึงพอใจในไมตรีนั้นเช่นกัน เค้าโค้งศัรษะรับแล้วค่อยเดินย้อนกลับไปประจำตำแหน่งที่เดิมของตน เพื่อคอยเช็คระแวดระวังความเรียบร้อยภายในร้านจากที่ด้านหน้าประตูทางเข้า
“เกือบไปแล้วเนอะ”
“ทำไปเพื่ออะไร?” ทันที่ที่ตั้งสติได้ แจจุงก็ลุกขึ้นยืนหยัดเต็มความสูงของตน จ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วถามกลับไปด้วยเสียงกร้าว “นายคิดว่านายเป็นใครถึงได้ทำอะไรอย่างงี้? อย่ามาดูถูกกันนะเฟ้ย!”
“เห๋?? ทำไมล่ะ? คิดมากจัง ช่วยเพื่อนตัวเองมันผิดด้วยเหรอ?” คนตอบเลิกคิ้วสูงตีหน้าตายใส่พร้อมระบายรอยยิ้มหวาน
“โฮะ!”แจจุงอ้าปากพ่นลมอย่างไม่เชื่อหู “เพื่อน? ใคร?....ใครเป็นเพื่อนกับนาย?”
“ฉันไง จอง ยุนโฮ ....ยุนโฮ เป็นเพื่อนกับแจจุง อย่าลืมนะว่าวันนั้นดินฟ้าอากาศก็เป็นใจ แหม!ลองคิดดูสิ จะมีใครที่ไหนที่จู่ๆก็ได้พบกันในวันแรกของการเปิดเทอม ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ และแถมยังสองต่อสองอีก อย่างงี้ไม่เรียกว่าพรหมลิขิตจะได้เหรอ? แล้วก็....”
“พอ พอ พอ!!” คนฟังรีบออกเสียงห้าม แจจุงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหนักใจ เค้าไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีใครหน้าด้านหน้ามึนและช่างจ้อกับคน ‘แปลกหน้า’ได้เท่ากับหมอนี่อีกแล้ว ใบหน้าสวยๆเบนหนีและลอบถอนหายใจ
“วันนี้นายถอนหายใจบ่อยนะ รู้มั้ยว่าการถอนหายใจจะทำให้คนเราอายุ.....”
“พอ!” ตวาดไปอีกรอบ แล้วนึกขึ้นได้ รีบยกมือปิดปากตัวเอง ขืนผู้จัดการรู้ว่าเค้ายืนจังก้าตวาดลูกค้าปาวๆคงได้โดนเด้งออกจากงานที่ทำอยู่ภายในไม่กี่นาทีนี่แน่ๆ
“นายอ่ะ....” ปรับระดับเสียงให้เบาลงและค่อยๆพูดเน้นคำให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจนมากขึ้น “จำไว้นะ ....ว่าฉัน....ไม่อยากเป็นเพื่อนกับนาย”
“อ้าว! ทำไมอ่ะ? ก็ฉันอยากนี่” คนฟังใช่จะยอมรับอะไรง่ายๆ ยุนโฮยิ้มสดใสแตกต่างจากเสียงตัดพ้อที่ค่อนข้าจะโวยวายจนอีกฝ่ายต้องโผเข้าเอามือปิดปากเอาไว้
“นายจะตะโกนทำไม? อยากให้ฉันเดือดร้อนนักเหรอ?” แจจุงดุ จ้องมองด้วยสีหน้าเข้ม แต่ยุนโฮกลับนึกขำ เค้ากำลังแอบหัวเราะคนๆนี้อยู่ในใจ
“งั้นเอางี้ ถ้านายไม่อยากให้ฉันโวยวายก็ช่วยหาเรื่องอะไรซักอย่างของจอห์นนี่ เด็ปป์ ให้ฉันที เดี๋ยวฉันจะกลับแล้ว”
“อ่ะ....อ่อ อย่างงั้นเหรอ?” คำร้องขอดูเหมือนจะง่ายเกินคาด แจจุงอึ้งไปนิดนึงก่อนตบปากรับคำ ...ก็คงใช่แหละ คนที่เข้ามาที่ร้านนี้ก็มีจุดประสงค์เดียวด้วยกันทั้งนั้นอยู่แล้ว ....หาหนัง หรือเรื่องราวที่ตัวเองอยากดู ....เจ้าหมอนี่ก็คงจะเหมือนกัน ดังนั้นสำหรับบทสนทนาก่อนหน้านี้ คิดเสียว่ามันเป็นการหยอกล้อฆ่าเวลาของพวกลูกคนรวยแล้วกัน
“นี่ครับ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าอยากจะได้เรื่องไหน?” ใช้คำสุภาพตอบกลับไป เพราะสถานะตอนนี้กลับไปเข้าสู่โหมดพนักงานร้านและเทวดาสองขาที่เรียกว่า ‘ลูกค้า’ แล้ว
“ฉันเอาเรื่องนี้แล้วกัน” หยิบเอาดีวีดีเรื่อง เอ็ดเวิร์ด หนังเก่าของพระเอกคนดังไปถือไว้ในมือ
“ครับ” แจจุงตอบรับอย่างสุภาพก่อนหันไปยัดไอ้ดีวีดีอีก 4-5 เองที่เหลือลงเข้าที่ ตอนนี้ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่าเส้นเลือดที่เหนือคิ้วตรงกระหม่อมด้านขวาของเค้ากระตุกขึ้นน้อยๆ ....หมั่นไส้ ....แล้วนายจะให้ฉันรื้อหาทำไมวะ? ถ้าอยากได้เรื่องนี้ก็น่าจะบอกสิ! “แล้ว....ไม่ทราบว่ายังมีอะไรให้รับใช้อีกรึเปล่าครับ?”
“อื้อ! มีสิ” คนถูกถามไม่ใส่ใจกับคำพูดกึ่งประชด ยุนโฮยังคงยิ้ม....ยิ้ม....และยิ้มให้กับเค้า
“แล้วจะเอาอะไรอีก!?” เผลอทำเสียงแข็งกลับไป จนอีกฝ่ายถลึงตาใส่ ลูกค้าไม่ใช่ใครนอกจาก ‘พระเจ้า’ แจจุงพ่นลมหายใจ แล้วมองหน้าคนช่างกระเซ้า เค้าปิดท้ายประโยคเก่าลงด้วยคำที่....เหมือนจะสุภาพอ่ะนะ
“แล้วจะรับอะไรเพิ่มอีกมั้ยครับ?”
“อยากได้หนังเก่าน่ะ ครั้งหน้าจะแวะมาเอา ช่วยหาให้หน่อยได้มั้ย?”
“หนังเก่า....ประมาณไหน? ถ้าเก่ามากบางทีร้านเราอาจจะไม่มี....นะครับ”
“อ๋อ! ฉันเคยคุยกับผู้จัดการร้านแล้ว เค้าบอกว่าที่สาขาใหญ่มี แต่ต้องรอ ยังไงรบกวนนายตามเรื่องให้ทีนะ พอดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันอยากดูมากๆ” เหมือนจะโดนออกคำสั่ง แต่แจจุงในชุดยูนิฟอร์มของพนักงานร้านล่ะจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้ารับมันลูกเดียว จากนั้นใบหน้าสวยก็ก้มลงมองที่เอี้ยมคาดเอาของตน ล้วงมือข้างหนึ่งไปหยิบเอาสมุดโน้ตเล็กๆขึ้นมาพร้อมปากกา ใจจริงอยากจะถามด้วยซ้ำว่า ....ทำไมนายไม่ไปสั่งให้ผู้จัดการหาล่ะ? ....
แต่ ....แจจุงแค่คิด เพราะไม่กล้า
“เรื่องอะไรครับ?”
“เจอร์รี่ แม็คไกว”
“โฮ่ะ!” ติดนิสัยทำเสียงขึ้นจมูกและพ่นลมออกมาทางปากเมื่อไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พบเจอ “นายจะดูทำไม หนังมันรุ่นไหน สมัยพ่อแม่ยังไม่จีบกันเสียด้วยซ้ำ ใครเค้าจะไปหาให้ได้?”
“อย่าโวยวายใส่ลูกค้าสิครับ แหม!” ....แน่ะ....แน่ะ ดูมันกวน
“เพราะงั้นไม่รับปากนะ ว่าที่สาขานี้จะหาให้ได้หรือเปล่า บางทีอาจจะต้องไปดูเองที่สาขาใหญ่” อธิบายใส่ เพื่อให้อีกฝ่ายได้สำนึกเสียบ้าง
“ไม่เป็นไร ฉันยินดีจ่ายค่าเสียเวลาให้ ฉันรู้ธรรมเนียมของร้านนี้ดีอยู่แล้ว” ....จ้า! พ่อคนรวย พ่อบุญทุ่ม กะอีแค่หนังเรื่องเดียวไม่ได้ดูจะเป็นจะตาย ต้องเอาเงินมาละลายให้เป็นค่าเสียเวลาซะอย่างงั้น ....แจจุงแค่เพียงคิด ข่มอารมณ์ไม่ตอบโต้ออกไป ก้มหน้าก้มตาขีดเขียนปากกอใหม่ตามแบบฟอร์มที่ต้องส่งไปยังต้นสาขา
“ชื่อ และนามสกุล ที่อยู่ กับเบอร์ติดต่อด้วยครับ”
“จอง ยุนโฮ เกิด 16กุมภา ปี86 สูง 183 น้ำหนัก 66 เวลาว่างชอบฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นกีฬา ส่วนความสามารถพิเศษก็ยูโด กับเทควันโด้”
“เอ่อ....เรื่องนั้นไม่ต้องบอกก็ได้” เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เหนื่อยหน่ายใจอย่างบอกไม่ถูก “ไม่ได้อยากรู้เลย ....เอามาแค่ที่อยู่กับเบอร์ติดต่อมาก็พอ”
“อ้าว! เหรอ?” ยุนโฮแสร้งทำเป็นหัวเราะใส่ “แล้ว....จดเรื่องของเค้าไปตั้งเยอะ ตัวนายเองล่ะ ไม่สนใจจะแนะนำตัวหน่อยเหรอ? อย่างน้อยก็ตามมารยาท”
“ไม่ล่ะครับ ผมเป็นแค่พนักงาน ถ้ายังไงคุณจองเสร็จธุระแล้วผมคงต้องขอตัว” พูดจบก็หมุนตัวเดินหายวับไป ส่วนยุนโฮเองก็ได้แต่ยืนหัวเราะชอบใจ เค้าพอใจที่ได้แกล้งยั่วคนอย่างแจจุงเล่น ไม่รู้เพราอะไร ถึงติดอกติดใจอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเดินฮัมเพลงอารมณ์ดีออกไปที่หน้าเคาท์เตอร์ก่อนเอ่ยปากฝากฝังเรื่องไว้กับผู้จัดการของร้าน
“ถ้ายังไงรบกวนให้พนักงานที่ชื่อแจจุงช่วยตามเรื่องดีวีดีที่ผมอยากได้ให้ทีนะครับ แล้วก็สำหรับค่าใช้จ่ายทางร้านสามารถเรียกเก็บได้เลย นี่เป็นเม็มเบอร์การ์ดของที่บ้านผม” ผู้จัดการร้านรับคำแล้วรีบนำเอาบัตรแข็งที่ยื่นส่งให้ไปแสกนบาร์โค้ด ชื่อและนามสกุลรวมทั้งที่อยู่บอกสถานะของการเป็นโกลเด้นเม็มเบอร์ทำให้คนต้อนรับทำตาโต ที่แท้ก็ลูกชายของนักธุรกิจใหญ่ที่ใช้อายุสมาชิกตลอดชีพนั่นเอง ลูกค้าระดับนี้ ขืนขัดใจไปคงไม่ไหว สาขาใหญ่ได้เล่นงานกลับมาเป็นแน่
“ขอโทษนะครับที่ทำให้ลำบาก” ชายหนุ่มเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ได้ครับ ว่าแต่ไม่ทราบนอกจากนี้ยังมีอะไรให้ทางร้านเรารับใช้อีกหรือเปล่าครับ?” ผู้จัดการร้านนอบน้อม
“อ่อ....ครับ คือ ผมอยากทราบชื่อจริง กับที่อยู่และ เบอร์ติดต่อของพนักงานที่ชื่อแจจุงจะได้หรือปล่า?”
“เรื่องนั้น....” คนตอบดูท่าทางลำบากใจ
“พอดีเราเป็นเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันน่ะครับ แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากคบกับผมเท่าไหร่ ผมเลยอยากจะลองตื้อดู” อธิบายไปอย่างตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม ....ผู้จัดการเองก็พยักหน้ารับและทำสีหน้าว่าเข้าใจ
“เด็กคนนั้นเป็นเด็กดีครับ ถึงแม้จะคบคนยากซักหน่อย แต่ก็นิสัยใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าคุณจองจะกรุณาเป็นเพื่อนกับเค้า ผมเองก็คงจะสบายใจ” ผู้จัดการที่ดูสูงวัยพูดถึงอีกฝ่ายอย่างห่วงใยในมุมมองของตน จากนั้นด้วยคำพูดหว่านล้อมและดูมีให้เกียรติต่ออีกฝ่ายเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้คุณผู้จัดการเริ่มเปิดใจ จนในที่สุดก็จัดแจงเขียนรายละเอียดที่ยุนโฮอยากได้ส่งให้
“ขอบคุณมาก แล้วผมกับพี่บ้านจะแวะมาบ่อยๆนะครับ” ยุนโฮยิ้มใส ก่อนโค้งให้ผู้จัดการ เอ่ยลา แล้วเดินจากไป ....ในที่สุดก็ได้มาแล้วทุกรายละเอียด ที่เหลือก็แค่ ....ฉันอยากรู้จักนายให้มากกว่านี้นะ คิม แจจุง
######
“เฮ้อ! วันนี้มันซวยจริงๆวุ้ย! ให้ตายเหอะ” คนพูดเดินลากขาระรานเตะกระป๋องแป๊บซี่ตรงหน้ากระเด็นกระดอนไปไกล รู้สึกเหมือนตั้งแต่หมอนั่นกลับไปก็หงุดหงิดงุ่นนายในใจชอบกล แจจุงบอกตัวเองว่าแค่เพียงพบเจอกันโดยบังเอิญ จริงๆตัวเค้าไม่ควรใส่ใจอะไรมาก แต่อย่างว่าแหละ ที่ตรงนี้น่ะ....ในใจ รู้สึกถึงลางสังหรณ์อะไรแปลกๆจนบอกไม่ถูกเลยแฮะ ผับผ่าสิ
“กลับมาแล้วคร้าบ~!!” ทันทีที่เปิดประตูบ้านเก่าคร่ำคร่าออก เสียงร้องตะโกนบอกให้คนภายในบ้านได้รับรู้ก็ดังขึ้น ตอนนี้เวลาเกือบๆเที่ยงคืน บางทีเจ้าน้องชายของเค้าอาจจะเข้านอนไปแล้วก็ได้ แจจุงเงี่ยหูฟังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากใครจึงค่อยๆถอดรองเท้าและหยิบขึ้นวางเอาไว้บนชั้นด้านข้าง จัดแจงวางซ้อนให้เป็นระเบียบอย่างที่เคย
“โอย....ง่วงนอนจัง ไม่อาบน้ำได้มั้ยเนี่ย?” บนงึมงัมพึมพำกับตัวเองพลางบิดขี้เกียจแล้วเดินเข้าห้องไป เป้าหมายคือการควานหาผ้าเช็ดตัวโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟ เค้ากลัวใครบางคนที่กำลังหลับฝันหวานจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา แต่....จนแล้วจนรอด ก็ควานหาผ้าขนหนูผืนเดิมไม่เจอ สุดท้ายเลยได้แต่ยกมือไหว้ปะหลกๆกับฟูกที่นอนตรงหน้าแล้วสะเปะสะปะมือควานหาสวิตส์ไฟที่ด้านซ้ายมือ
“อยู่นี่น่ะเอง” แจจุงบอกกับตัวเองเบาๆก่อนเอมไปคว้าผ้าผืนเก่าประจำกายแล้วค่อยหันกลับไปลอบสังเกตการณ์คนที่น่าจะกำลังนอนคุดคู่อยู่ตรงหน้า ....ทว่า....ไม่มีใครซักคนนอนอยู่
“ชางมิน....หมอนั่นไปไหนของมันเนี่ย?” ใบหน้าสวยตื่นตกใจ รีบโยนผ้าขนหนูเอาไว้ที่เดิมแล้วรีบหมุนกายออกไปนอกห้องเพื่อตามหาเจ้าของชื่อด้วยความเป็นห่วง
“ชางมิน! ชางมิน!” ร้องเรียกน้องชายเสียงดังลั่น บ้านของเค้าก็แคบแค่นี้ ห้องขนาดไม่กี่ตารางเมตร หากเด็กหนุ่มหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ก็น่าจะได้ยินเสียงและตอบกลับมาบ้าง “ชางมิน ....นี่พี่เอง นายอยู่ไหนน่ะ?”
หมุนกายโดยรอบ มองหาไปทั่วทุกมุมบ้านก่อนที่จัดสินใจก้าวเท้าไปที่ประตู สวมรองเท้าและตั้งหน้าจะออกไปตามหาต่อยังสวนสาธารณะใกล้บ้าน ที่ที่เด็กหนุ่มมักจะไปนั่งรอพี่ชาย หรือหลบไปใช้เวลาสงบส่วนตัวตามลำพังในยามมีเรื่องต้องคิด...น้องของเค้าอยู่ไหน? เวลาอย่างงี้ถ้าหมอนั่นออกไปข้างนอกมันจะต้องเพราะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
“พี่แจจุง ผมอยู่นี่” ยังไม่ทันที่ประตูบ้านจะถูกปิดสนิท เสียงตะโกนเรียกจากคนด้านในก็ทำให้สองขาของแจจุงหยุดชะงัก
“ชางมิน นายเข้าไปทำอะไรในนั้น?” พี่ชายวิ่งกลับเข้ามาและตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้เก่าๆซึ่งวาชนไว้พิงติดกับฝาห้อง ประตูไม้ค่อยๆถูกเปิดเลื่อนออกและเด้กชายที่อายุน้อยกว่าเค้าก็ก้าวขาลุกออกมาจากสภาพที่เคยคุดคู้อยู่กับที่
“ผมเมื่อยไปหมดเลย แอบนั่งหลับในตู้เสื้อผ้านี่ด้วย อึดอัดชะมัด” เด็กหนุ่มว่าพลางยืดกายบิดไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยล้าให้หลุดพ้น
“แล้วนายเข้าไปทำบ้าอะไรในนั้นฟะ เจ้าเด็กไม่เต็มนี่....พี่หลงเป็นห่วงแทบแย่” ได้แต่ถอนหายใจ พี่ชายอย่างเค้าเริ่มต้นบ่นอย่างกับคนเป็นแม่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แจจุงส่ายหน้าระอาใส่แล้วค่อยเดินกลับไปเปิดไฟให้บ้านของเค้าสว่างขึ้น
“ยังไม่ตอบพี่เลยว่านายเข้าไปนั่งเล่นอะไรในนั้น โตๆแล้ว ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ จะเล่นซ่อนแอบก็หาที่หลบให้มันเข้ากับรูปร่างตัวเองหน่อย ขืนตู้เสื้อผ้าพังไป ใครล่ะจะ ....เฮ้ย! นี่หน้านายไปโดนอะไรมา?”
“พี่.....” ชางมินเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ “ผมขอโทษ พ่อเอาเงินเก็บของเราไปอีกแล้ว”
“ชางมิน....นี่นาย” จ้องมองหน้าน้องชายที่มีรอยเขียวช้ำบนโหนกแก้ม และรอยแตกแดงคล้ำที่มุมปากก่อนยื่นมือไปปาดหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากทำนบกั้น
“ผม....ผมขอโทษ ผมรักษามันเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว ทั้งๆที่วันพรุ่งนี้พี่จะเอาไปเข้าะนาคารแท้ๆ ผมขอโทษครับ ขอโทษ” เด็กหนุ่มพร่ำร้องบอกราวกับคนบ้า น้ำเสียงของน้องชายฟังดูเจ็บปวดจนน่าเวทนา แจจุงเอื้อมมือไปคว้าร่างตรงหน้าเข้ามากอดเพื่อบรรเทา
“พอแล้วชางมิน นายไม่ผิดหรอก เงินแค่นั้นเอง ช่างมันเหอะนะ ....นายไม่ผิดหรอก พี่ไม่โกรธนาย”
“ผมพยายามแล้ว”
“อื้อ....พี่เข้าใจ”
ร่างในอ้อมกอดสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น พี่ชายพยายามปลอบประโลมเค้าอย่างทุกครั้งที่เคยเป็นมา จนกระทั่งในที่สุดเด็กหนุ่มในอ้อมแขนก็สงบลง แล้วเผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้า
....ผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ผู้ชายที่พวกเค้าถูกสังคมบังคับให้ยอมรับและต้องเรียกว่า “พ่อ”
“เลวที่สุด!”
แจจุงกำมือแน่น โกรธแค้นอย่างสุดหัวใจ คนๆนั้นตั้งแต่แมตายไปก็แทบจะไม่เคยอยู่บ้านหรือมาดูดำดูดีพวกเค้าเลยแม้ซักนิด วันๆออกตระเวณรับจ้างและเที่ยวติดหนี้ติดสินค่าเหล้าค่าการพนันไปทั่ว แล้วสุดท้ายเมื่อเงินในกระเป๋าถูกผลาญไปหมดไม่มีเหลือ คนสาระเลวนั่นก็จะกลับมารื้อค้นข้าวของในบ้าน ควานหาทรัพย์สินและขู่กรรโชกเค้ากับน้องชายเป็นประจำ
ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่ยังเด็ก แจจุงมักจะต้องคอยรับผ่ามือและการตบตีจากชายคนนั้นแทนน้องเสมอ แต่เมื่อเค้าเติบโตขึ้น เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเค้าพอที่จะต่อสู้หรือขัดขืนได้ ผู้ชายคนนั้นก็มักจะเลือกกลับมาในเวลาที่แจจุงไม่อยู่บ้านและหันไปลงทุกอย่างเอาไว้ที่น้องชายของเค้าเพียงคนเดียว
“พี่ขอโทษนะชางมิน พี่ขอโทษที่พี่ยังทำอะไรให้นายไม่ได้ ขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องนายได้”
หยาดน้ำใสๆค่อยไหลรินออกมาท่ามกลางความเงียบ แจจุงก้มหน้ามองน้องชายของเค้าด้วยแววตาอ่อนโยนและรักใคร่ นิ้วมือเรียวลูบไล้เรือนผมนุ่มเบามือ ....เจ็บปวดในใจ ....ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายน้องชายเพียงคนเดียวของเค้าเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางถูกเม้มกัดด้วยไรฟันที่เรียงสวย แจจุงกำมือจิกไว้กับฟูกที่นอนแน่น ....เค้าหลับตาและค่อยๆเอ่ยคำสัญญาออกมาอย่างแผ่วเบา
“ต่อจากนี้ ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะทำทุกอย่างเพื่อนาย”
TBC…..
**สุดท้ายก็ยังกลับมาเจอฉากรันทดอีกจนได้ ....ลุ้นกันนะคะ ขอให้ใครบางคนเข้ามาทำให้ใจของแจจุงสว่างสดใส ....แน่นอนว่าใครคนนั้น ยุนโฮ ทำงานเร้ว!!**

หวังว่า ยุน คงช่วยให้มีความสุขน๊า ขอบคุณค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ มาอัพเร็ว ๆ นะ
#1 By yj on 2007-10-21 01:24