::Start ::
รักสุดใจ ....นายตัวร้าย

 

ตอนที่ : 17


 “เฮ้อ!!” ร่างบางทอดถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมองดูเงาของตัวเองที่ปรากฎบนกระจกเหนืออ่างล้างหน้า เปียกโชกไปหมด เค้าจงใจกวักสายน้ำเย็นใสที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำอลูมิเนียมนั้นขึ้นเพื่อช่วยให้ตัวเองได้รู้สึก ‘หัวเย็น’ลงอีกนิด แต่พนันได้ว่ามิลไม่ได้คิดหรอกว่าแรงที่น้ำที่ถูกเปิดออกให้ไหลเป็นอิสระมันจะพุ่งพรวดพราดออกมามากเสียขนาดนี้ ....ได้แต่ถอนหายใจใจอีกรอบ เซ็ง(=__=“)

“อ้าว! น้องมิล ไหง๋มายืนเปียกเป็นลูกหมาแบบนี้ล่ะครับ?” เสียงรุ่นพี่ที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลัง มิลมองผ่านกระจกเงา แม้ไม่เห็นหน้าเค้าก็รู้ดีว่านั่นคือเสียงของพี่ยู

“ก็ก๊อกน้ำมันเป็นไรไม่รู้อ่ะครับ น้ำพุ่งออกมาซะเพียบ เลยเป็นอย่างที่พี่ยูเห็นนี่แหละ” หัวเราะกลบเกลื่อนความโง่ของตัวเอง พี่ยูก็ช่วยหัวเราะสัมทับด้วย เหมือนตอกย้ำ นั่นสิ!แล้วพี่จะหัวเราะทำไมครับนั่น?

“เอานี่ไปใช้ไป” ฮั่นแน่!ก็ยังดีที่มีน้ำใจไถ่โทษ พี่ยูล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบผ้าเช็ดหน้ามายื่นส่งให้ รามิลระบายรอยยิ้มใส่

“พี่ยูเหมือนพวกพระเอกการ์ตูนเลย”

“งั้น....น้อมิลจะเป็นนางเอกการ์ตูนเหรอ?”

“ง่า.....” เหมือนขุดหลุมฝังตัวเอง

“ก็สถานะการณ์แบบนี้ เราว่าพี่เป็นพระเอก แล้วนางเอก....” มองไปรอบๆ “มันไม่มีใครหนิ”

“ติงต๊องแล้วครับพี่ยู พี่จะทำอะไรก็ทำไปเหอะ เดี๋ยวผมออกไปข้างนอกก่อน” พูดพลางกลั้วเสียงหัวเราะ ทุกครั้งที่เค้ามีเรื่องทุกข์ใจ รามิลยอมรับว่าพอได้พบ ได้พูดคุยกับรุ่นพี่คนนี้ ความรู้สึกหม่นๆในสมองก็มลายหายไปแทบจะหมดสิ้น พี่ยูเป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เค้ารู้สึกแบบนั้นมาตลอด

“อ่า....งั้นรอพี่อยู่หน้าห้องน้ำได้มั้ย? เดี๋ยวเดินออกไปด้วยกัน ที่เวทีพักกิจกรรม 30 นาทีแน่ะ ตอนนี้พวกวงดนตรีเล่นอยู่ พี่เลยว่าง”

“โอเค ได้ครับ” รามิลพยักหน้ารับแล้วเดินออกมา ใช้ม้านั่งตัวยาวตรงระเบียงด้านขวาเป็นที่หย่อนขาฆ่าเวลาในการรอคอย ไม่นานพี่ยูก็เดินตามมา

“นี่! วันอังคารนี้นะครับ ที่พวกพี่เค้านัดไปแคสรอบสุดท้าย ห้ามลืมเด็ดขาด” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนเลือกที่จะย่อตัวลงนั่งข้างๆ ระยะห่างจากกันไม่เกิน 1 ฟุตเพื่อให้การสนทนาเป็นไปได้อย่างสะดวกไม่ถูกเสียงอึกทึกรอบข้างรบกวน รามิลพยักหน้ารับรู้ เค้าจำได้ดีถึงตารางงานครั้งนี้ที่กำลังจะมาถึง

“แล้ว พี่ยูคิดว่าผมจะผ่านมั้ย?”

“ 80%นะ พี่ว่าค่อนข้างจะมีโอกาสทีเดียว ที่เหลือก็ถ้าวันอังคารนี้ไม่มีอะไรบกพร่อง เราน่าจะได้งานนี้ แล้วก็พี่กับน้องมิลก็จะได้ถ่ายโฆษณาด้วยกัน” ยูอธิบาย ส่วนรามิลได้แต่ปิดปากหัวเราะ เค้ารู้สึกว่ารุ่นพี่คนนี้มักจะใช้คำพูดผิดๆเสมอ บางทีอาจจะเพราะพี่ยูเป็นลูกครึ่ง ไม่เชี่ยวชาญภาษาไทยรึเปล่าที่มักจะทำให้งานโฆษณาที่มีตัวละครหลักตั้ง 5 คน กลายมาเป็นงานของสองเราเสียอย่างนั้น

“พี่พูดอะไรผิดเหรอ?”

“เปล่าครับ เปล่า ว่าแต่....ดาว-เดือนมหาวิทยาลัยครั้งนี้ พี่ยูเล็งตัวเก็งว่าเป็นใครอ่ะครับ?”

“อืม....” รุ่นพี่ทำท่าคิดทบทวนใบหน้าของผู้เข้าประกวดบนเวที “ดาวนี่น้องแตงโมก็น่าสน แต่ของคณะบัญชีก็เด่นนะ ส่วนเดือนไม่ต้องเก็งหรอก ปีนี้นายไทป์ได้อยู่แล้ว คณะพี่มาแรงน่าดู ใช่มั้ย?”

“มันก็นะ ....” เหมือนจะยอมรับ “คณะผมดิ ไม่มีพวกเจิดจ้าเลย เดือนคณะก็อย่างถึก ไม่ได้เรื่อง”

“แล้วทำไมเราไม่ลงเอง? ทีอย่างงี้ทำมาบ่น” พี่ยูย้อนถาม สีหน้าออกแนวหมั่นไส้เล็กๆ

“ก็ไม่ชอบนี่ครับ ใครจะไปอยาก ซ้อมเย็นทุกวัน น่าเบื่อจะตาย” รามิลแก้ตัว แต่ดูเหมือนจะฟังไม่ค่อยขึ้น รุ่นพี่ก้มหน้ามองเค้า หรี่ตาและขมวดคิ้วใส่

“อย่างกับตัวเองกลับบ้านเร็วนักแหล่ะ ทุกวันก็กลับเย็นพอๆกับซ้อมไม่ใช่เหรอ? มานั่งรอนายไทป์เนี่ย”

“นั่นสิเนอะ” รับคำแล้วเกาหัวแกรกๆ หัวเราะกลบเกลื่อนไปเรื่อย เริ่มรู้สึกตัวว่าพูดอะไรโง่ๆออกมาแบบไม่ค่อยคิดก็คราวนี้

“ว่าแต่ เพื่อนน้องมิลน่ะ บนเวทีดูดีมากเลยนะ ตอนซ้อมใหญ่พี่เห็นไทป์เต้นกตกใจเหมือนกัน หมอนั่นอย่างกับพวกอะคาเดมี่แน่ะ ให้ทำอะไรทำได้หมด ร้องเพลงก็เสียงดี พอเต้นยังเต้นเก่งอีก นี่ถ้าพี่อยู่ปีเดียวกันคงได้แข่งแบบหืดขึ้นคอแน่ อืม....แล้วถ้าสมมุติว่าพวกพี่แข่งกัน น้องมิลว่าใครจะได้เป็นเดือน?” ชายหนุ่มยิ้มถาม ทำเอาคนตอบอึกอัก ขอเวลาคิดทบทวนในใจ

“ใครน่ะเหรอ?” สำหรับรามิล อยากจะบอกว่าคำตอบมีอยู่แล้วตั้งแต่แรกเสียด้วยซ้ำ เพราะในสายตาของเค้า ไม่ต้องเสียเวลาก็สามารถชี้ชัดได้ในทันที แต่....กับรุ่นพี่ที่แสนดีคนนี้ ให้ตายเหอะ!ใครจะไปทำร้ายจิตใจกันได้ลงคอ

“ว่าไง?”

“ไม่รู้สิครับ ก็ดีคนละแบบมั้ง ผมไม่เคยเห็นพี่ยูร้องเพลงนี่ จะไปรู้ได้ยังไง” คนตอบทำหน้ากลมอมลมเต็มแก้มแล้วหันไปกระพริบตาปริบๆใส่ ยูหัวเราะขำ ยื่นมือมาขยี้ผมเด็กน้อย

“งั้นวันหลังไปคาราโอเกะกัน”

“ได้เลยครับ! ....แต่พี่ยูเลี้ยงนะ”คนอายุมากกว่าเบิกตากว้างแล้วกลั้วเสียงหัวเราะเอ็นดู

“แหม....เจ้าเด็กวายร้ายนี่!!” หยอกล้อเล่นหัวกันคิกคักโดยไม่ทันมองดูรอบข้าง ยูเอะใจก่อนหน้านี้ว่าน่าจะมีใครยืนอยู่ด้านหลังแต่เค้าแค่ไม่สนใจ ไม่สิ ต้องเรียกว่าไม่อยากจะสนมากกว่า

“ท่าทางสนุกดีนะครับ รุ่นพี่” คำหลังเน้นเสียงเด่นชัดเพื่อจงใจให้อีกฝ่ายรู้สถานะของตัวเองมากขึ้น ยูลดระดับมือที่จับเส้นผมของเด็กหนุ่มตรงหน้าลง เช่นกันรามิลเองก็เงยขึ้นมองผู้มาเยือน ใบหน้าหุบยิ้มและเจื่อนลงในทันที

“นายพักแล้วเหรอ?” รุ่นพี่เอ่ยถาม คนที่ยืนอยู่แสยะยิ้มส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก

“ประกวดเดือนนะครับ ไม่ใช่ค่ายทหาร จะได้ต้องอยู่โยงตลอด ผมก็ต้องมีเวลาพักบ้างสิ ขนาดพิธีกรคนเก่งยังแอบแว่บมาได้เลย จริงมั้ยครับ?” ไทป์ส่งยิ้มให้ แต่คนรับรู้สึกได้ว่ามันไม่ค่อยจริงใจ ออกจะคล้ายรอยยิ้มประกาศการเริ่มต้นของสงคราม แบบนั้นมากกว่า

 “ว่าแต่นาย” หันไปมองหน้าอีกฝ่ายที่นิ่งใบ้ เงียบสนิทตั้งแต่เมื่อครู่แล้วเอ่ยถาม “ไม่ต้องขายของแล้วเหรอ?”

“ขาย แต่ตอนนี้แค่ขอพักเฉยๆ”เงยหน้าขึ้นตอบ แววตาคู่ใสมองดูหม่นลงถนัดตา

มิลรู้ดีว่ากำลังถูกไทป์โกรธตั้งแต่เรื่องเมื่อวานแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจ ทำไมทั้งที่เค้าเอ่ยทักก่อนหน้านี้ชายหนุ่มถึงทำเป็นเมินไม่ตอบ แล้วยังเรื่องการแสดงนั่นอีกล่ะ รู้ดีหรอกนะว่ามันคือความลับของคณะ แต่แค่เล่าเรื่องของตัวเองซักนิด ให้เค้าได้รู้บ้างไม่ได้เหรอว่าวันๆไทป์มีอะไรต้องทำบ้าง มิลบอกตัวเองว่าเค้าแค่ไม่อยากเป็นคนโง่ แต่จะอะไรล่ะ คนที่แค่คิดเรื่องพวกนี้ก็ปวดใจ แบบนั้นมันยิ่งดูโง่เข้าไปใหญ่ไม่ใช่เหรอ?

“งั้นมาคุยกันหน่อยสิ” อีกฝ่ายพูดจบก็ก้มลงคว้าข้อมือแล้วออกแรงรั้งให้ร่างบางยืนขึ้น มิลหน้าเหล๋อหล๋าก้าวขาเดินตามแต่ถูกฉุดแขนอีกข้างเอาไว้ก่อน

“พี่กำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ นายรอก่อนได้มั้ย?” พี่ยูบอกเสียงเข้ม ใบหน้าของเค้าดูจริงจังต่างจากที่เคยเป็น รามิลใจกระตุกวูบไปชั่วครู่ รู้สึกว่าเวลาที่รุ่นพี่คนนี้โกรธก็ดูน่ากลัว ยิ่งแววตาที่พยายามจดจ้องอีกฝ่ายเอาไว้ ถ้ามิลเป็นนายไทป์คงเผลอปล่อยมือไปแล้ว แต่เปล่า....ไทป์ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย หมอนั่นยังคงยิ้มใส่ คราวนี้เป็นยิ้มตาหยีแบบที่เคยทำอยู่เสมอ เหมือนจงใจยั่วโมโหกันชัดๆ

“ผมก็มีเรื่องจะคุยเหมือนกัน อีก 10 นาทีผมต้องกลับไปเตรียมตัวแล้ว พี่ยูเป็นพิธีกร มีเวลาเยอะกว่าผมไม่ใช่เหรอ เพราะงั้น” หัวเราะขึ้นจมูก “ปล่อยสิครับ รุ่นพี่

“........” พี่ยูไม่ตอบอะไร ออกเสียงฮึดฮัดแต่ก็ปล่อยมือจนได้ จริงๆเค้าไม่อยากฉุดกระชากให้แขนเล็กๆนั้นเป็นรอยช้ำ  พอนึกถึงใบหน้าใสๆที่ขมวดมุ่นเพราะแรงยื้อของคนสองคนแล้ว ชายหนุ่มจึงยอมตัดใจ

“เดี๋ยวผมมานะครับพี่ยู” รามิลบอกก่อนถูกลากหายไปกับฝูงชน ยูได้แต่พยักหน้ารับ ถอนหายใจ ....โทษตัวเองซ้ำๆกับรุ่นน้องคนนั้น เค้าน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้


######


“ไทป์! เราอายเค้า ไม่ต้องจับแขนแล้วก็ได้”คนถูกลากออกเสียงประท้วงหลังจากที่โดนสายตาหลายจับจ้องคู่ระหว่างทางที่เดนมาโดยตลอด มืออีกข้างที่ว่างอยู่ออกแรงช่วยแกะข้อมือหนาออกเพื่อให้ตนเองได้พ้นเป็นอิสระ แต่ยิ่งดิ้นรนอีกฝ่ายยิ่งกระชับข้อมือรัดแน่น

“เจ็บนะเว้ย!” ในที่สุดก็ร้องโวยวายออกมา เป็นจังหวะเดียวกับที่พวกเค้าเดินมาถึงด้านหลังของตึกเรียนข้างๆ แถวนี้ไม่ค่อยมีผู้คนพลุดพล่านนัก ชายหนุ่มหยุดยืนแล้วเหวี่ยงร่างบางเข้าหันหลังชิดกำแพงปูน

“กับพี่ยู มีอะไรมากกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องหรือเปล่า?” เอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ หากแต่ฟังดูก็รู้สึกได้ถึงความแข็งกร้าว ดวงตาคู่รีจับจ้องมองจนอีกฝ่ายราวกับจะมองให้ทะลุ ร่างบางได้แต่ระบายลมหายใจ ก้มหน้า หัวใจเต้นตึกตัก เค้ารู้สึกหวั่นๆ และหวาดกลัวขึ้นมาเสียเฉยๆ

 “มะ....ไม่มี เราคุยเรื่องงานกัน ไทป์ต่างหากเป็นอะไร? จู่ๆก็พูดไม่ดีอย่างงั้นกับรุ่นพี่ ไม่กลัวตัวเองจะโดนแบนเหรอ?” ตะกุกตะกักก่อนที่จะประดิษฐ์ประดอยคำพูดได้ถูก แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะตอบโต้คำพูดออกไปได้ มิลกลับไม่กล้าพอที่จะสบตาอีกฝ่ายอย่างที่เคย

“โดนแบนก็ช่างสิ ไม่สำคัญหนิ มิลต่างหาก รู้มั้ยว่าไอ้พี่ยูน่ะมันตัวอันตราย ไม่รู้หรือไงว่าหมอนั่นคิดยังไงถึงได้ไปนั่งก้อล่อก้อติกกับมันอยู่ได้ หรือคิดจะบริหารเสน่ห์ตัวเองหรือไง? อยากรู้เหรอว่าไอ้หน้าใสๆ ตาหวานๆเนี่ยมันจะล่อผู้ชายติดกับได้ซักกี่คน?”

“ไทป์!” คนถูกตำหนิตวาดลั่น เนื้อตัวสั่น มิลกำลังรู้สึกโกรธกับคำพูดเสียดสีที่เหมือนจงใจดูถูกเค้า สองมือกำหมัดเข้าหากันแน่ ดวงตาคู่ใสฉายแววสั่นไหว รอบขอบตาร้อนผ่าว

“จุ๊ จุ๊ จุ๊ .....เสียงดุจริง อะไร? พูดแค่นี้โกรธเหรอ?” โน้มตัวเข้าไปใกล้ ยกแขนสองข้างขึ้นคล่อมกั้นร่างบางในกรอบแคบๆเอาไว้ ไทป์คลี่ระบายรอยยิ้ม ในขณะที่มิลรับรู้ได้ถึงไออุ่นของลมหายใจที่อยู่ในระยะหนึ่งฟุต

“นายจะบ้าหรือเปล่า พี่ยูเป็นผู้ชาย เราก็ผู้ชาย พูดอะไรใช้สมองคิดซะบ้างนะ ไม่ใช่ว่าสักดีแต่พูด คนอื่นเค้าไม่ได้เป็นเหมือนนายทุกคนหรอก จำไว้” ไม่อยากจะสนใจอีกแล้ว มิลรู้ดีว่ายิ่งเค้าแสดงท่าทางหวาดกลัวมากเท่าไหร่ คนตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกมีชัยเหนือกว่าเค้ามากเท่านั้น

ร่างบางทบทวนความคิดมุ่งมั่น กลืนก้อนแข็งๆที่จุกอยู่ในลำคอลงไปแล้วตวัดสายตาขึ้นจ้องมองตอบโต้กลับอย่างที่มักจะทำเป็นประจำ เค้าเองก็เริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว ถึงแม้เรื่องเมื่อวานนี้จะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดก็ตาม แต่มันไม่เกี่ยวกัน เรื่องของเค้าและไทป์ไม่เกี่ยวกับพี่ยู ทำไมหมอนี่ต้องเอารุ่นพี่ที่เค้านับถือมาว่าเสียๆหายๆด้วย?

“หึ....งั้นเหรอ?” อีกฝ่ายหัวเราะใส่ ร่างสูงดูท่าจะไม่ยี่หระอะไรกับสายตาที่จ้องกลับไป ไทป์แค่เพียงยิ้มเยาะ ยักไหล่  ท่าทางดูกวนประสาท

“นายมันพวกชอบพาล จะโกรธเราก็โกรธไปดิ ไม่ใช่พาลถึงพี่ยู พี่เค้ามาเกี่ยวอะไรด้วย?”

“พูดอย่างกับตัวเองไม่เคยพาล”

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องพี่เชอร์รี่ไง ให้ตายเหอะ! ใครกันแน่ร้องไห้โวยวายจะเป็นจะตายบอกให้ไทป์เลิกกับพี่เชอร์รี่ แล้วหันมาคบกับตัวเอง แล้วเอาเข้าจริงแล้วเป็นไง? ชิ.....ดีแต่ปาก เอาแต่หนี คิดจะให้พี่ยูเข้ามายุ่มย่าม คิดจะปั่นหัวไทป์ มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอครับคุณรามิล ตอบมาซิ!” โดนพูดใส่ร่ายยาวเสียเป็นชุด พยายามอ้าปากจะเถียงอะไรก็เหมอืนโดนกระแทกกลับเสียงหมด ร่างบางได้แต่ยืนอ้ำอึ้งนึกคำตอบโต้อยู่นาน

“แต่มันไม่ใช่ พี่ยูไม่เกี่ยว เรากับพี่ยูไม่ได้มีอะไรหนิ เค้าเป็นรุ่นพี่ ส่วนเราก็รุ่นน้อง แล้วก็คนสองคนเป็นผู้ชายทั้งคู่ แบบที่นายคิดน่ะมันอกุศลเกินไปแล้วไทป์ นายมันสมองฝ่อไปแล้ว!”

“ผู้ชายทั้งคู่งั้นเหรอ? แล้วระหว่างมิลกับไทป์ล่ะ พวกเราเป็นอะไร? อย่าบอกนะว่ามิลไม่ได้คิดอะไรกับไทป์เกินเพื่อนน่ะ”

“......” จุก เงียบ ไม่รู้จะตอบอะไร จู่ๆใบหน้าใสๆก็ผุดสีแดงขึ้นระบายระเรื่อไปเสียอย่างนั้น วูบหนึ่งที่ใบหน้ารู้สึกชาและเปลี่ยนไปเป็นร้อนวูบ มิลได้แต่ก้มมองพื้น อ้ำอึ้ง งึมงำ สับสนและไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง

“มิลชอบไทป์ใช่มั้ย?”

“ห๋า?” ได้แต่อ้าปากค้างที่โดนฮุคตรงจุกอย่างไม่ทันตั้งรับ….ตึกตัก  ตึกตัก ดูนายไทป์มันทำ ยื่นหน้าเข้ามาถามเสียใกล้ เล่นเอาคนตัวเล็กกว่าได้แต่ก้มหน้างุด โอ๊ย!จะโดนต้อนไปถึงไหน พระเจ้า! จะโดนจูบอีกหรือเปล่า? ใครก็ได้ช่วยผมที(T_T)

“ถ้าไม่ใช่ก็คงไม่บอกให้ไทป์เลิกกับแฟนหรอก จริงมั้ย?”

“......” คนนิ่งเงียบได้แต่อึดอัดใจ มิลอยากประท้วงแต่สมองกลับสรรหาคำพูดอะไรไม่ได้ ตอนนี้รู้สึกหงุดหงิดชะมัดที่ภายในใจตัวเองเอาแต่เต้นรัวและสั่นไหว ทำไม? ทุกครั้งที่ถูกร่างสูงกว่าเข้าประชิด หัวใจของเค้าถึงได้ควบคุมยากเย็นเสียขนาดนี้

‘....ไม่นะรามิล! นายจะแพ้อย่างหมดรูปแบบนี้ไม่ได้’  ตัดสินใจจับคอเสื้ออีกฝ่ายกระชากขึ้นแล้วหมุนตัวพลิกกลับเอาร่างสูงกว่าเข้าประชิดกำแพง ไทป์ยกมือขึ้นสองข้างเหมือนจะยอมแพ้ แต่แน่นอนว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งรับรอคำตอบว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“โอเค! ฉันชอบนาย ตั้งแต่วันนี้ไปเราเป็นแฟนกัน พอใจมั้ย?” คำพูดนั้นคงเกินคาดหมายไปบ้าง มันออกจะง่ายเกินไปหรือเปล่า เลยทำให้นายไทป์เบิกตากว้างและนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะคลี่ระบายรอยยิ้มแล้วเอ่ยเสียงหวาน

“แค่นี้?”

“เออ! ต่อไปก็ช่วยทำหน้าที่แฟนที่ดีด้วยแล้วกัน” พูดจบก็สะบัดมือปล่อยคอเสื้อของอีกฝ่ายและหมุนตัวกลับหลังเตรียมก้าวที่จะเดินหนี แต่กลับถูกข้อมือแกร่งคว้าเอาไว้ รวบแขนโอบเอวและดึงรั้งเข้ามาแนบกาย ก่อนก้มลงประกบจูบที่ริมฝีปาก เนิ่นน่านกว่าที่จะล่วงล้ำปลายลิ้นเข้ารับไออุ่นภายใน

เสียงครางอู้อี้ของร่างบางเล็ดออกมาประท้วงได้เพียงไม่นานก็ขาดหาย กลายเป็นปลายลิ้นนุ่มนั้นตอบรับเกี่ยวกวัดเข้าหากัน เป็นครั้งแรกที่ได้รับการตอบรับที่น่ารักจากอีกฝ่าย ไทป์ยิ้มในตาแล้วยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น ริมฝีปากได้รูปนั้นบดเบียดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนริมฝีปากบาง ไรฟันขบเม้มที่กลีบเนื้อนุ่มสีหวานก่อนลัดเลาะเรียวลิ้นไปทั่วทุกมุมเพื่อควานหาความหวานที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน เป็นจูบที่นุ่มนวลจนทำให้ใจลอยละล่องและสั่นไหว ในขณะที่อีกความเร่าร้อนจากในกายนั้นก็เริมเบียดปะทุเข้ามาแทนที่

“ไทป์.....พอ.....อย่า.....” ร่างบางเอ่ยเสียงพร่า สองมือสองแขนรวบรวมเรี่ยวแรงที่น้อยนิดผลักดันหน้าอกของอีกฝ่าย ไทป์ก้มลงคลอเคลียซุกไซร้ที่ลำคอเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระ ใบหน้าของชายหนุ่มระบายรอยยิ้มหวาน รู้สึกว่าปฏิกริยาตอบสนองของคนตรงหน้าช่างน่ารักเสียเหลือเกิน แต่ด้วยความรู้สึกผิดชอบในใจ เค้าควรจะปล่อยให้อีกฝ่ายได้ถอยไปตั้งหลักมากกว่านี้ ไทป์บอกกับตัวเอง

“มิลจูบเก่งขึ้นนะ” หยอกล้อด้วยคำพูดแล้วยื่นมือไปแตะที่กลีบปากแดงช้ำ ปลายนิ้วลูบไล้ไปมาแผ่วเบา ทำเอาอีกฝ่ายใจเต้นกระตุกวูบ รีบเบนหน้าหนีแล้วก้มหน้าก้มตาข่มใจเพื่อเรียกสติของตนเอง

“อย่ามาฉวยโอกาส” สะบัดมือที่ค้างเอาไว้ของอีกฝ่ายออก ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่รู้ว่าใบหน้าของตัวเองนั้นซับสีเลือดแดงจัดขนาดไหน “จะไปทำงานแล้ว นายก็ไปเตรียมตัวซะไป ถ้ารุ่นพี่ตามหา เดี๋ยวจะยุ่งเปล่าๆ”

“อื้อ! ก็ได้” ร่างสูงตอบรับ เป็นจังหวะเดียวกับที่มิลหันหลังกลับและก้าวเดินจากไปอีกครั้ง  “ว่าแต่ มิล....”

“อะไร?” คนถูกเรียกชื่อชะงักนิ่ง แต่ไม่หันกลับมามอง

“อย่าลืมเชียร์ไทป์ด้วยนะ ถ้าชนะวันนี้ ไทป์จะยกเข็มเดือนมหาลัยให้มิล”


....ง่า รู้สึกว่าเสียงหวานๆนั้นทำเอาเลี่ยนจนขนลุก ร่างบางไม่ตอบอะไร พยักหน้าแล้วรีบจ้ำขาเดินแยกออกมาให้เร็วที่สุด พ้นหลังตึกก็เบี่ยงตัวเข้าที่มุมข้างๆบันได เอามือประทับไว้ที่อกเหนือหัวใจ ให้ตายเหอะ ใจของเค้าเต้นแรงเอามากๆ

“พระเจ้า! อะไรเนี่ย? ทำไมมันหนาวๆแบบนี้? ให้ตายเหอะ จูบเมื่อกี๊ หมอนั่นมันดูดวิญญาณของเราไปใช่มั้ย?” ยกมือขึ้นลูบแก้มสองข้าง ใบร้อนผ่าว สัมผัสปลายนิ้วเข้าที่ริมฝีปากตัวเอง

“โอ๊ย! อะไรเนี่ย? ไอ้ไทป์ ไอ้บ้า แก....แก....แกต้องรับผิดชอบด้วยนะเว้ยที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้!!”


######


กลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกรอบ ในที่สุดหนุ่มน้อยมินนี่เมาท์ก็จำต้องกลับมาสวมหูหนูผูกโบว์สีชมพูทำหน้าจิ้มลิ้มส่งยิ้มขายดอกไม้ตามเดิม จะต่างกันแค่ตอนนี้ แค่ใบหน้าสวยแอบคิดถึงหน้าคนที่อยู่บนเวทีก็ซับสีเลือดฝาดแดงรเรื่อขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล พวกเพื่อนๆพากันเป็นห่วงถามไถ่กลัวว่าจะมีใครไข้ขึ้นเอาเพราะงานกิจกรรมคณะ แต่จนแล้วจนรอดรามิลก็บอกปัดปฏิเสธไม่ยอมไปพักตามที่ทุกคนบอก ก็ทำไมเค้าจะไม่รู้ล่ะว่านี่มันไม่ใช่อาการของคนเป็นไข้

ต้นเหตุ....เฮ้อ....ไอ้บ้าที่ยืนแอ็คท่าทำหน้าหล่ออยู่บนเวทีโน่นไง

ให้ตายเหอะ! นี่มันไข้ใจไม่ใช่เหรอเนี่ย?  

“ต่อไปนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่การแสดงเดี่ยวของดาวและเดือนในแต่ละคณะ ช่วงนี้เราจะมีเวลาให้บรรดากองเชียร์ได้มอบดอกไม้ให้ผู้เข้าประกวดทั้งหมดด้วยกัน 5 นาที เอาละครับ รักใครชอบใครอยากให้ดาวและเดือนคนไหนได้เป็นขวัญใจก็เชิญเลยครับ” สิ้นเสียงของพิธีกรชาย บรรดากองเชียร์มากมายของแต่ละคณะก็พากันกรูไปที่ด้านหน้าเวที ดอกกุหลาบที่ซื้อเตรียมเอาไว้จากซุ้มด้านหน้าถูกหอบยื่นให้ขวัญใจและเพื่อนของตน

นับจากการคาดคะเนด้วยสายตา เพื่อนๆของรามิลบอกกันว่า 100% 1,000% ไม่ว่ายังไงปีนี้นายไทป์ก็ต้องมาวินทั้งตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยและเดือนป๊อบปูล่าโหวตแน่ๆ ....นั่นสิเนอะ คนฟังพยักหน้ารับ จากสายตาของเค้า แน่นอนว่ารามิลก็มองออกเช่นกัน

คนอะไรฟะเจิดจ้าชะมัด แฟนใครเนี่ย? ....คิดพลางอมยิ้มอยู่คนเดียว 

‘แฟนใครเนี่ย?’(O_O)  อ๊าก!! เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองคิดอะไรออกมา ให้ตายเหอะรามิลรู้สึกอยากเอาหัวชนข้างฝา แล้วเอาถังน้ำที่ใส่กุหลาบมาครอบหัวเสียเดี๋ยวนั้น ....อาย คิดอะไรเนี่ย? อายนะเฟ้ย! เผลอคิดไปได้

“นี่! มิล ตกลงไอ้ดอกไม้นี่ มิลจะทำยังไงกับมันอ่ะ?” พลอยถามพลางชี้นิ้วไปที่กอกุหลาบอีก 20 ดอกที่เสียบแยกเอาไว้อีกถังด้านในสุดของซุ้ม รามิลมองตามแล้วเริ่มระลึก ว่าก่อนหน้านี้เค้ารับปากจะช่วยพวกสาวๆขายดอกไม้เพื่อแลกเปลี่ยนกับไอ้เจ้ากุหลาบ 20ดอกนั้น ที่สามารถเอาไปโหวตคะแนนให้ใครก็ได้ตามแต่ใจ

“ถ้าไม่มีใครจะให้ก็เอาไปให้ไอ้กอล์ฟมันก็ได้นะ เดือนคณะเราน่าสงสารว่ะ แม่งยืนอยู่ตั้งนานในมือมีไม่ถึงครึ่งของคนอื่นเค้า อับอายชิบเป๋ง” เพื่อผู้ชายอีกเดินมาสมทบ ชี้มือไปที่คนตัวใหญ่ที่สุดที่ยืนเก้ๆกังๆอยูบนเวที เออ....นั่นสิ เจ้ากอล์ฟมันก็น่าสงสารจริงๆน่ะแหละ

“งั้นเราเอาไปให้กอล์ฟละกัน” รับปากรับคำเห็นด้วยเสร็จก็ถอดหูมินนี่เมาท์เครื่องแบบให้หน้าที่ออก แล้วเดินไปคว้าเอากุหลาบกำโตเดินดุ่ยๆตรงไปที่หน้าเวที แต่ไม่ทันจะได้ก้าวไปถึงก็ถูกมือเล็กๆของใครบางคนฉุดเอาไว้

“อะไรแป้ง?”

“อันนี้ๆ อันนี้ฝากให้ไทป์ด้วย” พูดจบสาวแป้งก็ยื่นดอกไม้อีกกำที่ไม่เล็กไปกว่ากันมาให้ มิลเอียงคอสงสัย เค้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหล่อนไม่เดินไปที่หน้าเวทีเอง แต่ก็ช่างเหอะ อย่าสนใจเลย รีบๆเอาไปยื่นให้ให้มันจบๆดีกว่า

“กอล์ฟ ทางนี้ว้อย! ไอ้เพื่อนผู้อาภัพ”

“ง่า....ไอ้คุณมิล ไอ้เพื่อนเลิฟ ฉันรักแกที่สุดเลยว่ะ” คนตัวโตเดินมาย่อตัวลงรับดอกกุหลาบด้วยใบหน้าซาบซึ้งจนแทบน้ำตาคลอ รามิลหัวเราะแล้วพูดให้กำลังใจเพื่อนไปสามสี่คำก่อนที่จะเดินเลี่ยงไปเบียดเสียดกับคนอื่นๆที่อืนอออยู่ด้านหน้าทางอีกด้านของเวที ....วันนี้ท่าทางนายไทป์จะขายดี รับดอกกุหลาบเต็มไม้เต็มมือเสียหอบเบ้อเร่อ แค่เห็นแค่นั้นคนยืนมองอยู่จากด้านล่างก็ชักหมั่นไส้ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะแป้งสั่งให้เอามาส่ง จ้างเหอะ! เค้าไม่มีทางไปเบียดตัวกับพวกแฟนคลับของเจ้าหมอนี่แน่ๆ

“ว้าว! ชื่นใจจัง” ง่า....ดูมันพูดเข้า ช่างไม่มียางอายเอาเสียเลยนะหน้าเนี่ย ไม่กลัวคนอื่นเค้าจะได้ยินบ้างหรือไง(=_=*)

“ของแป้งๆ ไม่ใช่ของเรา อย่าเวอร์”

“อ่ะเหรอ” ตอบด้วยใบหน้าเจื่อนๆลงไปนิด แต่ก็กลับมาแกยิ้มใส่อีกจนได้ “แต่ถือว่าไทป์ได้รับจากมิลละกัน เนอะ”

“ครับตามใจเหอะครับ” ดูมัน ....ขี้เกียจเถียง(-___-*)  ยื่นให้เสร็จก็ผินกายเดินแทรกกลับออกมาโดยไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้นาทีมอบกำลังใจหวานจ๋อยนั้นได้ถูกบันทึกภาพส่งต่อให้ใครบางคนที่อยู่ไกลถึงมาเก๊าได้กระดี๊กระด๊าไปเรียบร้อยแล้ว

“ส่งรึยัง? ส่งรูปให้เพ่ยเพ่ยแล้วใช่มั้ย?”

“อ๊ะ! เรียบร้อย” สองสาวพลอยและแป้งแท็กมือหัวเราะคิกคัก พวกเธอตอนนี้รับหน้าที่เป็นสปายสอดส่องให้กับเพ่ยเพ่ยเพื่อนสาวหัวหน้าแก๊งค์ที่ท่องเที่ยวอยู่แดนไกล ดังนั้นก่อนที่จะลงมือทำอะไร รับรองสองสาวนี้จะต้องได้รับการบอกกล่าวและเสี้ยมสอนจากกุนซือชั้นดีอย่างเพ่ยเพ่ยมาก่อนแน่นอนอยู่แล้ว

“เป็นไงมิล ที่หน้าเวทีไทป์หล่อมั้ย?”

“อื้อ!” คนถูกถามพยักหน้ารับตามสัญชาตญาณก่อนเพิ่งนึกขึ้นได้เลยเปลี่ยนมาส่ายหน้า แล้วบอกปฏิเสธ “ก็ม่ายอ่ะ ธรรมดา ทำไมเหรอ?”

“เปล่า วันนี้แป้งกับพลอยแค่เห็นว่าไทป์ดูแม๊น~แมน อบอุ๊น~อบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนพระเอกพวกหนังเกาหลีเลย แบบมันเทรนด์อ่ะ เทรนด์มาก อินสุดๆเสียโดนใจ” แป้งอธิบาย ส่วนคนฟังได้แต่เลิกคิ้ว เบ้ปาก แล้วพยักหน้ารับไปส่งๆ ....ก็คงงั้นมั้ง ค้าไม่ขอออกความเห็นดีกว่า

อารมณ์นี้พอเห็นมีคนกรี๊ดกร๊าดหมอนั่นเยอะผิดปกติแล้วแบบว่า....อากาศหมั่นไส้บวกๆกับขี้อิจฉาชักเริ่มก่อ

“ต่อไปเป็นการแสดงของตัวแทนเดือนจากคณะศิลปศาสตร์นะครับ มาดูกันดีกว่าว่าหนุ่มที่เพอร์เฟ็คเลิศเลออย่างนายคณะทัตรุ่นน้องของผมคนนี้จะมีอะไรมาฝากเพื่อนๆนักศึกษาทุกคน” พิธีกรชายเริ่มเกริ่นเข้าเรื่องเมื่อมาถึงคิวการแสดงสุดท้ายตามที่จับฉลากได้ บนเวทียูยังคงปั้นสีหน้านักแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ มองจากตรงนี้รับรองว่ารอบข้างไม่มีใครรู้หรอกกว่าเค้าและคนที่ตัวเองกำลังเอ่ยชื่ออยู่ กินแหนงแคลงใจกันเพียงใด

“แหม! คุณพิธีกรชายนี่ออกนอกหน้าไปหรอืเปล่าคะ? ถือว่าเป็นน้องคณะตัวเองเลยช่วยหาเสียงเหรอ?” ถูกพิธีกรหญิงอดีตดาวมหาวิทยาลัยแซวเข้าจนได้ ยูยิ้มให้กับเสียงหัวเราะชอบใจของผู้คนด้านล่าง

“รู้สึกยิ่งพูดยิ่งเข้าตัวนะครับ ถ้ายังไงเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมว่าพวกเราไปพบกับการแสดงของเดือนจากคณะศิลปศาสตร์กันเลยดีกว่าครับ”

“เชิญเลยค่า!!”

สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรทั้งคู่ เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดากองเชียร์ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งไฟฟ้าคู่ใจ จากนั้นก็ตรงไปที่เก้าอี้นั่ง จัดแจงวางท่าตามที่ถนัดแล้วขยับขาไมค์โครโฟนเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มให้ผู้คนภายในหอประชุมหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยคำทักทาย

“สวัสดีครับ ผมไทป์ คณะทัต จรรยากรณ์ ปี 1 คณะศิลปศาสตร์ครับ” พูดแล้วเว้นจังหวะรับเสียงปรบมือโห่ร้อง

“แฮ่ะ แฮ่ะ! วันนี้คนเยอะจังเนอะ ผมเองก็ชักประหม่าแล้วด้วย ยังไงถ้าเกิดว่าการแสดงชุดต่อไปมีข้อผิดพลาดอะไร ก็ขอร้องนะครับอย่าเพิ่งปาข้าวของอะไรขึ้นมา” ว่าแล้วก็หัวเราะเขินๆให้ ท่าทางดูขี้อาย น่ารักในแบบผู้ชายที่สาวๆใฝ่ฝัน

จากนั้นเมื่อเช็คสภาพเสียงกีตาร์ และเสียงเชียร์จากด้านล่างได้ดังใจ พระเอกประจำค่ำคืนอย่างนายไทป์ก็ส่งเสียงเป่าลมจากปากบอกเป็นสัญญาณให้ทุกคนในหอประชุมเงียบเพื่อเตรียมรับชมการแสดง

ตอนนั้น ทั้งหอประชุมกลับมาเงียบสงัดลงอีกครั้ง ทุกคนจดจ่อไปที่แสงไฟดวงเดียวที่สาดส่องบนเวที จากนั้นชายหนุ่มที่เจิดจ้าราวกับเจ้าชายในค่ำคืนนั้นก็ระบายรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง ยกข้อมือของตัวเองขึ้นหงายดู สายตาของเค้าจับจ้องมองไปที่สร้อยข้อมือสีเงินวาววับ ก่อนที่จะก้มแตะสัมผัสริมฝีปากลงเบาๆบนโซ่เหล็กเส้นนั้น

เงียบ ....ใจของคนดูหลายคนกระตุกไหวทั้งที่ไม่ทราบสาเหตุของการกระทำอันนุ่มนวลนั้น หากแต่นาทีนี้นี่เองที่ใครคนหนึ่งยืนหน้าเปลี่ยนสี ร้อนวูบวาบแดงซ่านไปหมดจนเจ้าตัวรู้สึกได้ว่าตัวเองสมองเริ่มเบลอ ในสายตาของรามิลตอนนี้มีเพียงรอยยิ้มจากคนที่อาบแสงไฟอยู่บนเวที และท่วงทำนองดนตรีกับเสียงร้องเพลงไพเราะของคนตรงหน้า

ให้ตาย....นี่เค้าพลาดท่าถูกเจ้าพ่อมดวายร้ายนั่นสะกดเสียแล้วเหรอเนี่ย? (O_O)

 

 

To Be Continue…..  

 

=================================
 
     
  

ช้าไปหน่อยขอโทษนะคะ พอดีบ้านหนูดิทอินเตอร์เน็ตโดนตัดแหละเจ้าค่ะ(มีหน้ามาบอกเค้าอีกเนอะ) ตอนนี้มีพี่ยูโผล่มาให้เห็นแล้ว แถมพี่ยูก็ยังแสดงสปิริตสุภาพบุรุษไม่ฉุดกระชากมือหนูมิลด้วย ง่า....ยกหนูมิลให้พี่ยูเลยดีมั้ย?(หัวเราะ) คนอะไร น่าเอามาเป็นพ่อของลูกจริงๆ เสียดายที่เรามันเป็นแค่ชะนี(หัวเราะ)

ตอนนี้นายไทป์รุกฆาตแล้ว หนูมิลก็รับคำตอบตกลงเป็นแฟนนายตัวร้ายแล้วด้วย อืม....ได้แต่หวังนะคะว่าจะลงเอยกันต่อไปด้วยดี แต่อ๊ะ! เราเป็นคนชอบเรื่องยาวๆ น้ำเน่าๆ ดังนั้น....รออ่านต่อไปแล้วกันค่ะ ว่าระหว่างคู่รักคู่ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวคุ่นี้ จะมีเรื่องราวอะไรมาแทรกกลางได้หรือเปล่า?

ว่าแต่....บอกไว้ก่อนนะคะว่านายไทป์ตอนนี้นี่แบบว่า เร่าร้อนและแมนได้ใจคนเขียนเป็นที่สุด หึหึหึ ....เป็นพระเอกที่น้ำเน่าจริงๆพ่อคุณ^^

สนุกไม่สนุกอย่างไร ติ-ชมได้นะคะ อ่านเรื่องของเราอย่าซีเรียสค่ะ แบ่งปันความฝันและความสุขซึงกันและกันนะจ๊ะ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

><~~~ น่ารักค๊า

ขอบคุณที่เอามาลงที่นี่นะค๊า

#1 By Aijou~ on 2007-11-02 18:51

ต๊ายยยย น่ารักดีค้าคู่นี้ เหอๆ น้องมิลช่างแสบได้ใจ แต่หลังๆ พอนายไทป์รุกหนักก็ดูเอ๋อไปเลย เหอๆ

ปล.ขอเมนท์รวบยอดเลยนะค้า แหะๆ จะรอตอนต่อนะค้า double wink

#2 By [๐~SeReNe~๐] on 2008-01-25 04:19